1
คลิก 
แก้ไขชื่อกลุ่ม > คลิก “บันทึก”
แก้ไขชื่อกลุ่ม > คลิก “บันทึก” แก้ไขกลุ่มสินค้าสำเร็จ
❌ลบกลุ่มสินค้า
1
คลิก
ของกลุ่มสินค้าที่ต้องการลบ
คลิก “ลบ”

ลบกลุ่มสินค้าสำเร็จ
🛍️ เมนู สินค้า
เมนูนี้ใช้สำหรับ จัดการข้อมูลสินค้าในระบบ ครอบคลุมการทำงานดังต่อไปนี้
• เพิ่มสินค้าใหม่ เพื่อบันทึกเข้าสู่ฐานข้อมูล
• แก้ไขข้อมูลสินค้า ที่มีอยู่แล้ว
• ลบสินค้า ออกจากระบบ
• ตั้งค่ารายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เช่น
• รหัสสินค้า
• ชื่อสินค้า
• กลุ่มสินค้า
• หน่วยสินค้า
• ราคา
• ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็น
การบันทึกข้อมูลสินค้าที่ถูกต้องและครบถ้วน จะทำให้สามารถนำสินค้าไปใช้งานใน ระบบขาย, ระบบสต๊อก, และรายงานต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
➕เพิ่มสินค้า
คลิก “เพิ่มสินค้า” > กรอกรายละเอียดสินค้า > คลิก “บันทึก”
หน่วยย่อยสินค้า หมายถึง รูปแบบหน่วยที่ใช้กำหนดขนาด ปริมาณ หรือรูปแบบของสินค้านอกเหนือจากหน่วยหลักที่ตั้งไว้ในตอนแรก เช่น ชิ้น, กล่อง, แพค, โหล, ลัง เป็นต้น
คลิก “เพิ่มหน่วยย่อย” > กรอกข้อมูล > คลิก “บันทึก” เพื่อยืนยัน
• จำนวน จำนวนสินค้าหน่วยที่ใช้ในการเทียบจากหน่วยหลัก
• หน่วยเทียบ หน่วยที่ใช้ในการเทียบหรือแปลงค่าจากหน่วยหลัก เช่น 3 Pcs. = 1 แพค, 12 Pcs. = 1 โหล
• หน่วยย่อย เลือกหน่วยย่อยจากรายการ เช่น แพค, โหล ใช้เพื่อกำหนดรูปแบบการขายสินค้าเป็นชุดใหญ่ขึ้นจากหน่วยหลัก
• ราคาต่อหน่วย ราคาขายต่อ 1 หน่วยย่อย เช่น 1 แพค ราคา 700 บาท, 1 โหล ราคา 4,500 บาท
• ราคาต่ำสุด ราคาขั้นต่ำที่อนุญาตให้ขายได้ ใช้ควบคุมการขายไม่ให้ต่ำกว่ากำหนด เช่น แพคขายต่ำสุด 690 บาท
• ราคาสูงสุด ราคาสูงสุดที่อนุญาตให้ขายได้ เช่น แพคขายสูงสุด 700 บาท, โหลขายสูงสุด 4,500 บาท
• คะแนน จำนวนคะแนนสะสมที่ได้รับจากการขายหน่วยย่อยนั้น
ปุ่มการทำงาน
-
- + เพิ่มแถวใหม่ เพิ่มรายการหน่วยย่อยเพิ่มเข้าไป
- ไอคอนถังขยะ ลบรายการหน่วยย่อย
- บันทึก บันทึกข้อมูลที่ตั้งค่า
- ยกเลิก ยกเลิกและปิดหน้าจอ
ใช้สำหรับกำหนด ราคาขายสินค้าหลายระดับ เพื่อขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีราคาต่างกัน
คลิก “เพิ่มระดับราคา” > เลือก หน่วยสินค้า > ระบุ ระดับราคา > ระบุ ราคาสินค้า > กำหนด ส่วนลด/ชิ้น, ส่วนลด/รายการ
> คลิก “บันทึก” เพื่อบันทึก หากต้องการเพิ่มราคาขายหลายระดับ ให้คลิก “เพิ่มแถวใหม่”
ใช้สำหรับกำหนด บาร์โค้ด ให้กับสินค้าในแต่ละหน่วย เลือก หน่วย > กรอก บาร์โค้ด > ระบุ สูตรราคา > คลิก “บันทึก” เพื่อบันทึก หากต้องการเพิ่มบาร์โค้ด คลิก “เพิ่มแถวใหม่”
✏️แก้ไขสินค้า
1
คลิก
ที่รายการสินค้าที่ต้องการแก้ไข
แก้ไขข้อมูลสินค้าตามต้องการ > คลิก “บันทึก”
❌ลบสินค้า
1
คลิก
ที่รายการสินค้าที่ต้องการลบ
คลิก “ใช่” เพื่อยืนยันการลบสินค้า
📦 เมนู ปริมาณสูงสุด-ต่ำสุด
กำหนดปริมาณสูงสุด ต่ำสุด ใช้สำหรับกำหนดปริมาณต่ำสุด/สูงสุดของสินค้าแต่ละรายการ เพื่อการจัดการด้านการควบคุมสินค้าคงคลัง ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปริมาณสูงสุด ใช้กำหนดปริมาณของสินค้าคงเหลือสูงสุด
ปริมาณต่ำสุด ใช้กำหนดปริมาณของสินค้าคงเหลือต่ำสุด เพื่อแสดงรายการสั่งซื้อ (กรณีที่ปริมาณสินค้าคงเหลือของสินค้า มีจำนวนเท่ากับ หรือน้อยกว่าปริมาณต่ำสุดที่กำหนดไว้)
การกำหนดปริมาณสูงสุด ต่ำสุด
1. เลือก สาขา
2. เลือก คลังสินค้า
3. กำหนด ปริมาณต่ำสุด และปริมาณสูงสุด
4. คลิก บันทึก
🏷️ เมนู โปรโมชั่น
รูปแบบโปรโมชั่น
เมื่อซื้อสินค้าครบตามราคาที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้า น้ำยาทำความสอาด ครบ 1,000 บาท จะได้รับส่วนลด 200 บาท
2
ซื้อสินค้า ครบมูลค่า ตามช่วง
เมื่อซื้อสินค้าครบราคาตามช่วงที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ครบ 10,000 บาทขึ้นไป ได้รับส่วนลด 500 บาท และ ครบ 20,000 บาทขึ้นไป ได้รับส่วนลด 1,000 บาท
3
ซื้อสินค้า ครบมูลค่า แต่ละรายการ
เมื่อซื้อสินค้าครบตามราคาที่กำหนดไว้ในแต่ละรายการ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้า แอร์ติดผนัง ครบ 20,000 บาท และซื้อสินค้า เครื่องซักผ้า ครบ 15,000 บาท ถึงจะได้รับส่วนลด 2,000 บาท
4
ซื้อสินค้า หลายชิ้น ครบตามจำนวนรวม
เมื่อซื้อสินค้าครบตามจำนวนสินค้าที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มทีวีและเครื่องเสียง ครบจำนวน 5 ชิ้น จะได้ส่วนลดต่อชิ้น 100 บาท หรือ ซื้อสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน ครบจำนวน 5 ชิ้น จะได้ส่วนลด 500 บาท
5
ซื้อสินค้า หลายชิ้น ครบตามจำนวนรวม ตามช่วง
เมื่อซื้อสินค้าครบจำนวนตามช่วงที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สี ครบ 3 ชิ้นขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 100 บาท ครบ 6 ชิ้น ขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 200 บาท
6
ซื้อสินค้า ครบจำนวน แต่ละรายการ
เมื่อซื้อสินค้าครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละรายการ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องปรับอากาศครบ 10 ชิ้น จะได้รับส่วนลดชิ้นละ 250 บาท
คำอธิบายหน้าจอใช้งานระบบโปรโมชั่น
• รหัสโปรโมชั่น ใช้สำหรับการกรอกรหัสโปรโมชั่นของโปรโมชั่นที่จะใช้งาน
• ชื่อโปรโมชั่น ใช้สำหรับการกรอกชื่อโปรโมชั่น (ควรใช้ชื่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย)
• รูปแบบโปรโมชั่น
• ซื้อสินค้า ครบมูลค่า เมื่อซื้อสินค้าครบตามราคาที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้า น้ำยาทำความสอาด ครบ 1,000 บาท จะได้รับส่วนลด 200 บาท
• ซื้อสินค้า ครบมูลค่า ตามช่วง เมื่อซื้อสินค้าครบราคาตามช่วงที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ครบ 10,000 บาทขึ้นไป ได้รับส่วนลด 500 บาท และ ครบ 20,000 บาทขึ้นไป ได้รับส่วนลด 1,000 บาท
• ซื้อสินค้า ครบมูลค่า แต่ละรายการ เมื่อซื้อสินค้าครบตามราคาที่กำหนดไว้ในแต่ละรายการ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้า แอร์ติดผนัง ครบ 20,000 บาท และซื้อสินค้า เครื่องซักผ้า ครบ 15,000 บาท ถึงจะได้รับส่วนลด 2,000 บาท
• ซื้อสินค้า หลายชิ้น ครบตามจำนวนรวม เมื่อซื้อสินค้าครบตามจำนวนสินค้าที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มทีวีและเครื่องเสียง ครบจำนวน 5 ชิ้น จะได้ส่วนลดต่อชิ้น 100 บาท หรือ ซื้อสินค้ากลุ่มเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน ครบจำนวน 5 ชิ้น จะได้ส่วนลด 500 บาท
• ซื้อสินค้า หลายชิ้น ครบตามจำนวนรวม ตามช่วง เมื่อซื้อสินค้าครบจำนวนตามช่วงที่กำหนดไว้ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สี ครบ 3 ชิ้นขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 100 บาท ครบ 6 ชิ้น ขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 200 บาท
• ซื้อสินค้า ครบจำนวน แต่ละรายการ เมื่อซื้อสินค้าครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละรายการ จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องปรับอากาศครบ 10 ชิ้น จะได้รับส่วนลดชิ้นละ 250 บาท
• สถานะ
ใช้งาน , ไม่ใช้งาน
• วันที่เริ่มต้น ใช้สำหรับใส่วันที่เริ่มต้นการใช้งานโปรโมชั่น
• วันที่สิ้นสุด ใช้สำหรับใส่วันที่สิ้นสุดการใช้งานโปรโมชั่น
• จำนวนนับเข้าโปรโมชั่น ใช้กำหนดจำนวนเริ่มเข้าโปรโมชั่น เช่น เนื้อหมู 0.5 กรัมนับเข้าโปรโมชั่นที่ 1 กิโลกรัม เป็นต้น
• เงื่อนไขของสินค้า ใช้สำหรับในการเลือกสินค้า ที่จะนำมาทำสินค้าโปรโมชั่นมีให้ เลือก 2 รูปแบบ คือ แบบทั้งร้าน และแบบเลือกสินค้า
• สินค้าที่ได้ส่วนลด ใช้สำหรับกำหนดการได้ส่วนลดของจำนวนสินค้า มีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ ได้ส่วนลดทุกชิ้น, เฉพาะชิ้นที่น้อยที่สุด
• รูปแบบสิทธิที่ได้ ใช้กำหนดการได้รับโปรโมชั่น มีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ คิดตามโปรโมชั่น, คิดตามช่วง
• จำนวนการเข้า Promotion
- สินค้าที่เข้าไปแล้วจะเข้า Promotion นี้
- สินค้าที่เข้าไปแล้วจะไม่เข้าโปรโมชั่นนี้
- สินค้าที่เข้าไปแล้วจะเข้า Promotion นี้ และเป็นราคาหลังส่วนลด
• ข้อความท้ายบิล ใช้สำหรับกำหนดข้อความท้ายบิลที่แสดงภายในฟอร์มเอกสาร
• หมายเหตุ ใช้สำหรับกำหนดหมายเหตุท้ายบิลที่แสดงภายในฟอร์มเอกสาร
• ตัวเลือกเพิ่มเติม
- ไม่ร่วมส่วนลดท้ายบิล
- ไม่ร่วมกับสินค้าที่ได้ราคาพิเศษแล้ว
• การเข้าร่วมของสินค้า
ใช้สำหรับกำหนดรายการสินค้าที่จะนำเข้าโปรโมชั่น มีด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังนี้ 1) ครบรายการสินค้าที่นำมาจัดโปรโมชั่น คือ จากส่วนที่ 2 จะต้องเลือกซื้อรายการสินค้าครบทุกรายการถึงจะได้โปรโมชั่น 2) มีสินค้าตัวใดตัวหนึ่งก็สามารถเข้าโปรโมชั่นได้ คือ จากส่วนที่ 2 เลือกซื้อรายการสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะได้โปรโมชั่น 3) สินค้าแต่ละตัวเข้าร่วมโปรโมชั่นได้ เมื่อครบตามเงื่อนไข คือ จะต้องซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในส่วนที่ 4 ถึงจะได้รับโปรโมชั่น
• ลำดับการเข้าโปรโมชั่น (กลุ่ม/List)
คือ ใช้สำหรับการกำหนดลำดับมูลค่าราคาของสินค้าที่จะเข้าโปรโมชั่นในหน้าเอกสารจ่าย ซึ่งมี 2 แบบ คือ มูลค่าน้อย > มาก และ มูลค่ามาก > น้อย
• คำนวณส่วนลด
การกำหนดเงื่อนไขคำนวณส่วนลดที่จะได้โปรโมชั่น มีด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังนี้
1) คำนวณมูลค่าสูงสุด การเลือกเงื่อนไขตามช่วงโปรโมชั่นที่มีจำนวนของสินค้าสูงสุดมาคำนวณโปรโมชั่นเพียงเงื่อนไขเดียว เช่น กำหนดช่วงมูลค่าของสินค้าไว้ 3 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1 : 5 ชิ้นขึ้นไป ได้ส่วนลด 10 บาท
ช่วงที่ 2 : 10 ชิ้นขึ้นไป ได้ส่วนลด 20 บาท
ช่วงที่ 3 : 15 ชิ้นเท่านั้น ได้ส่วนลด 50 บาท
หากเลือกคำนวณมูลค่าสูงสุด จะได้รับโปรโมชั่น เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข ซื้อสินค้าครบมูลค่า 15 ชิ้น ก็จะได้รับส่วนลดโปรโมชั่น 50 บาท
2) คำนวณมูลค่าตามช่วง การเลือกเงื่อนไขเข้าตามช่วงโปรโมชั่น เช่น กำหนดช่วงมูลค่าของสินค้า ไว้ 3 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1 : 5 ชิ้นขึ้นไป ได้ส่วนลด 10 บาท
ช่วงที่ 2 : 10 ชิ้นขึ้นไป ได้ส่วนลด 20 บาท
ช่วงที่ 3 : 15 ชิ้นเท่านั้น ได้ส่วนลด 50 บาท
หากเลือก คำนวณมูลค่าตามช่วง เมื่อซื้อสินค้ามูลค่า 9 ชิ้น จะได้รับส่วนลดโปรโมชั่น 10 บาท กล่าวคือ ยอด 9 ชิ้น จะอยู่ในช่วงที่ 1 จำนวนสินค้า 5 -9 ชิ้น จึงได้รับส่วนลดโปรโมชั่น 10 บาท ในยอดจำนวนสินค้า 9 ชิ้น
3) คำนวณมูลค่ากระจายตามช่วง การเลือกเงื่อนไขการคำนวณกระจายเข้าตามช่วงของโปรโมชั่น เช่น กำหนดช่วงมูลค่าของสินค้า ไว้ 3 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1 : 5 ชิ้นขึ้นไป ได้ส่วนลด 10 บาท
ช่วงที่ 2 : 10 ชิ้นขึ้นไป ได้ส่วนลด 20 บาท
ช่วงที่ 3 : 15 ชิ้นเท่านั้น ได้ส่วนลด 50 บาท
หากเลือก คำนวณมูลค่ากระจายตามช่วง เมื่อซื้อสินค้าจำนวน 22 ชิ้น จะได้รับส่วนลดโปรโมชั่น 60 บาท กล่าวคือ ยอด 22 ชิ้น ไม่ได้อยู่ในช่วงโปรโมชั่นใด แต่การคำนวณจะกระจายเข้าตามช่วงเริ่มต้นของการคำนวณโปรโมชั่น ซึ่งช่วงยอด 22 ชิ้น ที่จะสามารถเข้าได้ ก็คือช่วงที่ 1 : 5 ชิ้นขึ้นไปได้ส่วนลด 10 บาท และช่วงที่ 3 : 15 ชิ้นเท่านั้น ได้ส่วนลด 50 บาท โดยจะคิดโปรโมชั่น ดังนี้
รอบที่ 1 : 15 ชิ้น ได้ส่วนลด 50 บาท
รอบที่ 2 : 5 ชิ้น ได้ส่วนลด 10 บาท
ดังนั้น ยอด 22 ชิ้น จะเข้าโปรโมชั่นได้ 2 รอบ เหลือเศษ 2 ชิ้น ที่ไม่เข้าโปรโมชั่นใด ๆ
• รูปแบบส่วนลด
ใช้สำหรับกำหนดการได้ส่วนลดของโปรโมชั่น มีด้วยกัน 4 รูปแบบ ดังนี้
1. ส่วนลดต่อชิ้น (B, %) คือ การได้ส่วนลดราคาต่อชิ้น
2. ลดให้เหลือราคาชิ้นละ (B) คือ การได้ลดราคาเหลือชิ้นละ
3. ลดให้เหลือราคารวม (B) คือ การได้ส่วนลดเหลือราคารวม
4. ลดให้เหลือราคาเท่ากับระดับราคาขาย คือ กรณีที่มีการกำหนดระดับราคาขายให้กับสินค้า
• จำนวนชิ้น ใช้กำหนดจำนวนของสินค้าที่จะเข้าโปรโมชั่น
• เงื่อนไข ใช้กำหนดเงื่อนไขการเข้าโปรโมชั่น มี 2 รูปแบบคือ ขึ้นไป, เท่านั้น
• ส่วนลดต่อชิ้น (B,%) ใช้กำหนดการได้ส่วนลดต่อชิ้นของสินค้า
• ส่วนลดท้ายบิล (B,%) ใช้กำหนดการได้ส่วนลดท้ายบิลของสินค้า
เป็นเมนูสำหรับการกำหนดของแถม, สินค้าแลกซื้อ, คูปอง และคูปองส่วนลดของโปรโมชั่น เมนู สินค้าแถม เป็นการกำหนดสินค้าของแถมให้กับลูกค้า
• จัดการ Extra สามารถเลือกกำหนดเป็น สินค้าแถม และ สินค้าแลกซื้อได้
1) สินค้าแถม
1) ณ จุดขาย คือ ใช้สำหรับกำหนดการได้ของแถม เมื่อมีการขายอยู่ที่หน้าเอกสารจ่าย / POS
2) ณ จุดรับของแถม คือ ใช้สำหรับกำหนดการได้ของแถม เมื่อมีการชำระการขายไปแล้วไปรับสินค้าของแถมที่จุดบริการของแถม
1) มูลค่าน้อยที่สุดก่อน คือ ใช้สำหรับการกำหนดลำดับมูลค่าของสินค้าน้อยที่สุดในโปรโมชั่นมาคำนวณการได้ลำดับของแถมก่อน
2) มูลค่ามากที่สุดก่อน คือ ใช้สำหรับการกำหนดลำดับมูลค่าของสินค้ามากที่สุดในโปรโมชั่นมาคำนวณการได้ลำดับของแถมก่อน
- เลือกสินค้า เลือกรายการสินค้าของแถม > เลือก หน่วย > คลิก ยืนยันการเลือก
เลือก กลุ่มสินค้า > คลิก ยืนยันการเลือก

กำหนดชื่อรายการสินค้า > เลือกสินค้า > เลือกหน่วยสินค้า > คลิก ยืนยันการเลือก

2) สินค้าแลกซื้อ

1) ณ จุดขาย คือ ใช้สำหรับกำหนดการแลกซื้อสินค้า เมื่อมีการขายอยู่ที่หน้าเอกสารจ่าย / POS
2) ณ จุดแลกซื้อสินค้า คือ ใช้สำหรับกำหนดการแลกซื้อสินค้า เมื่อมีการชำระการขายไปแล้วไปแลกซื้อสินค้าที่จุดบริการแลกซื้อสินค้า
1) มูลค่าน้อยที่สุดก่อน คือ ใช้สำหรับการกำหนดลำดับมูลค่าของสินค้าน้อยที่สุดในโปรโมชั่นมาคำนวณการได้ลำดับของแถมก่อน
2) มูลค่ามากที่สุดก่อน คือ ใช้สำหรับการกำหนดลำดับมูลค่าของสินค้ามากที่สุดในโปรโมชั่นมาคำนวณการได้ลำดับของแถมก่อน
เลือกสินค้า > เลือกหน่วยสินค้า > คลิก ยืนยันการเลือก
เลือกกลุ่มสินค้า > คลิก ยืนยันการเลือก
กำหนดชื่อรายการสินค้า > เลือกสินค้า > เลือกหน่วยสินค้า > คลิก ยืนยันการเลือก
ใช้สำหรับกำหนดกลุ่มบุคคล ที่สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นได้ (บุคคลเข้าร่วมสร้างที่เมนู ตั้งค่า > ค่าเริ่มต้นบุคคล > กลุ่มบุคคลลูกค้า ใน ProMaxx) เปิดใช้งานเลือกบุคคลเข้าร่วม > เลือก กลุ่มบุคคล > คลิก ยืนยันการเลือก
ใช้สำหรับกำหนดประเภทสมาชิกที่สามารถเข้าโปรโมชั่นได้ (ประเภทสมาชิกสร้างที่เมนู ตั้งค่า > ค่าเริ่มต้นบุคคล > ประเภทสมาชิก) เปิดใช้งานเลือกประเภทสมาชิก > เลือกประเภทสมาชิก > คลิก ยืนยันการเลือก
ใช้สำหรับกำหนดประเภทบุคคลที่สามารถเข้าโปรโมชั่นได้ (ประเภทบุคคลสามารถสร้างได้ที่เมนู ตั้งค่า > ค่าเริ่มต้นบุคคล > ประเภทลูกค้า) เปิดใช้งานเลือกประเภทบุคคล > เลือกประเภทบุคคล > คลิก ยืนยันการเลือก
ใช้สำหรับกำหนดประเภทเอกสารที่สามารถเข้าโปรโมชั่นได้ เปิดใช้งานเลือกประเภทเอกสาร > เลือกประเภทเอกสาร > คลิก ยืนยันการเลือก
ใช้สำหรับกำหนดสาขาที่สามารถเข้าโปรโมชั่นได้ เปิดใช้งานเลือกสาขา > เลือกสาขา > คลิก ยืนยันการเลือก
ใช้สำหรับกำหนดเวลาขายดี เปิดใช้งาน Golden Time > เลือกวัน > เลือกช่วงเวลา > กำหนดช่วงเวลา > คลิก บันทึก
🚚 เมนู ผู้จำหน่าย
ใช้สำหรับจัดเก็บและบริหารข้อมูลของบริษัทหรือบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้ขายสินค้าให้กับร้านค้าของเรา เช่น ร้านค้าส่ง ผู้ผลิต หรือบริษัทนำเข้า เพื่อใช้ในการสั่งซื้อสินค้า และรับสินค้า
➕ เพิ่มผู้จำหน่าย
กรอกข้อมูลทั่วไป ข้อมูลที่อยู่ และข้อมูลการติดต่อของผู้จำหน่าย > คลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกข้อมูลผู้จำหน่าย
✏️แก้ไขข้อมูลผู้จำหน่าย
1
คลิก
ของรายชื่อผู้จำหน่ายที่ต้องการแก้ไข
แก้ไขข้อมูลตามต้องการ > คลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกการแก้ไข
❌ลบผู้จำหน่าย
1
คลิก
ที่ชื่อของผู้จำหน่ายที่ต้องการลบ > คลิก “ใช่” เพื่อยืนยัน > คลิก “OK” ลบผู้จำหน่ายสำเร็จ
⚠️ *หมายเหตุ : ผู้จำหน่ายที่เคยถูกใช้ในเอกสาร เช่น ใบสั่งซื้อ, ใบรับสินค้า หรือมีประวัติการทำธุรกรรม จะไม่สามารถลบออกจากระบบได้ เพื่อป้องกันการสูญเสียข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อและบัญชีเจ้าหนี้