คู่มือการใช้งาน
SeniorSoft Anywhere
ระบบจัดการร้านค้า SeniorSoft Anywhere เป็นโซลูชันแบบครบวงจร ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการบริหารจัดการธุรกิจในยุคดิจิทัล ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ และบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพจากทุกที่ทุกเวลา
สารบัญ
เลือกหัวข้อเพื่อไปยังเนื้อหาที่ต้องการ
☰
สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มใช้งาน
License ที่จำเป็น
• License SeniorSoft Anywhere
• License SeniorSoft ProMaxx (Business Edition ขึ้นไป)
• License ProMaxx ApiService
การตั้งค่าเบื้องต้น
• ตั้งค่าที่ SeniorSoft ProMaxx
• เปิดใช้งาน ProMaxx ApiService
• ตั้งค่าการเชื่อมต่อระบบ
ขั้นตอนการตั้งค่าเริ่มต้น
ดำเนินการตามลำดับเพื่อเชื่อมต่อ SeniorSoft Anywhere กับ SeniorSoft ProMaxx
01
กำหนด MyMerchantID
ไปที่เมนู ตั้งค่า > ข้อมูลองค์กร > กำหนด MyMerchantID > คลิก “ตกลง”
02
กรอก SerialNumber
ไปที่เมนู ตั้งค่า > ฟังก์ชันการทำงานระบบ > กรอก SerialNumber ของเครื่องที่รัน Service1
02.1
ตรวจสอบ SerialNumber ที่รัน Service1
เปิดโปรแกรม iRegister แล้วนำเลข SerialNo ไปกรอกในช่อง SerialNumber ที่รัน Service1
03
เปิดใช้งาน ProMaxx ApiService
ตรวจสอบและเปิดใช้งาน ProMaxx ApiService บนเครื่องที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับ SeniorSoft Anywhere
04
ตั้งค่าการเชื่อมต่อกับ SeniorSoft ProMaxx
05
กรอก Merchant ID, Secret Code และรหัสสาขา
กรอกข้อมูลที่ใช้เชื่อมต่อระบบให้ครบถ้วน แล้วคลิก “บันทึก”
Secret Code สามารถตรวจสอบได้ที่
MyMerchant > Login > Administrator > Secret Code
06
เข้าสู่ระบบ SeniorSoft Anywhere
กรอก Username และ Password จากนั้นคลิก “เข้าสู่ระบบ”
07
เลือกสาขาและคลังสินค้า
เลือก สาขา ที่ต้องการใช้งาน > เลือก คลังสินค้า > คลิก “บันทึก”
☰
เมนูหลักในระบบ
ทำความรู้จักเมนูและการเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ภายใน SeniorSoft Anywhere
SeniorSoft Anywhere จัดเมนูการใช้งานออกเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้สะดวก เมนูหลักจะแสดงอยู่บริเวณด้านซ้ายของหน้าจอ และสามารถเลือกเมนูเพื่อเข้าสู่หน้าการทำงานที่ต้องการได้
Dashboard จัดการสินค้า เอกสารรับ / จ่าย รายงาน ตั้งค่า
ตัวอย่างหน้าจอเมนูหลักของ SeniorSoft Anywhere
i
สิทธิ์การใช้งาน : รายการเมนูที่แสดงอาจแตกต่างกันในแต่ละผู้ใช้งาน โดยขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่ Administrator กำหนดไว้ในเมนู กำหนดสิทธิ์การใช้งาน
▥
เมนู Dashboard
ดูภาพรวมยอดขายและข้อมูลสำคัญของร้านค้าแบบ Real-Time
Dashboard ใช้สำหรับแสดงภาพรวมข้อมูลการขายของร้านค้า เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามผลการดำเนินงาน และตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้อย่างรวดเร็ว โดยแสดงข้อมูลในรูปแบบสรุปและกราฟที่เข้าใจง่าย
ยอดขายวันนี้ จำนวนบิล แนวโน้มยอดขาย สินค้าขายดี ยอดขายตามสาขา
ตัวอย่างหน้าจอ Dashboard ของ SeniorSoft Anywhere
ข้อมูลที่แสดงบน Dashboard
01
ยอดขายวันนี้
แสดงยอดรวมรายได้จากการขายทั้งหมดของวันปัจจุบัน
02
บิลรวมวันนี้
แสดงจำนวนบิลขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันปัจจุบัน
03
ยอดขายเฉลี่ย
แสดงยอดขายเฉลี่ยต่อวันในช่วงเวลาที่ระบบกำหนด
04
การเติบโต
เปรียบเทียบอัตราการเติบโตของยอดขายกับช่วงเวลาก่อนหน้า เช่น วันก่อน หรือเดือนก่อน
05
กราฟแสดงยอดขายวันนี้
แสดงยอดขายรายชั่วโมงของวันปัจจุบันในรูปแบบกราฟ เพื่อช่วยให้เห็นแนวโน้มการขายในแต่ละช่วงเวลา
06
สินค้าขายดี 5 อันดับแรก
แสดงรายการสินค้าที่มียอดขายสูงสุด 5 อันดับของวัน
07
ยอดขายตามสาขา
ใช้เปรียบเทียบยอดขายแยกตามสาขาต่าง ๆ ที่เปิดให้บริการ
i
ข้อมูลบน Dashboard จะช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบภาพรวมการขายได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดรายงานทีละรายการ
🔐
เมนู กำหนดสิทธิ์การใช้งาน
กำหนดขอบเขตการเข้าถึงเมนู ฟังก์ชัน และหน้าจอของผู้ใช้งานแต่ละกลุ่ม
เมนูนี้ใช้สำหรับกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงระบบให้แก่พนักงานในแต่ละกลุ่ม โดย Administrator สามารถกำหนดได้ว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มสามารถเข้าใช้งานเมนูใด หรือดำเนินการกับข้อมูลในระดับใดได้บ้าง เช่น การเพิ่ม แก้ไข ลบ พิมพ์ ยกเลิก หรืออนุมัติเอกสาร
สิทธิ์เมนู Function สิทธิ์ระดับระบบ การแสดงผล UI
ตัวอย่างหน้าจอเมนู กำหนดสิทธิ์การใช้งาน
1. กำหนดสิทธิ์สำหรับ Function การใช้งาน
สามารถกำหนดระดับสิทธิ์ของแต่ละเมนูได้ตามความต้องการ โดยมีรูปแบบการกำหนดสิทธิ์หลักดังนี้
OFF
ปิดการใช้งาน
ผู้ใช้งานจะไม่สามารถเข้าใช้งานเมนูหรือดำเนินการแก้ไขข้อมูลในส่วนดังกล่าวได้
ALL
เปิดใช้งานทั้งหมด
ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานเมนูและใช้ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด
FUNCTION
เปิดใช้งานเฉพาะฟังก์ชัน
ใช้กำหนดสิทธิ์เฉพาะฟังก์ชันที่ต้องการ เช่น เพิ่ม แก้ไข ลบ พิมพ์ซ้ำ ยกเลิก หรืออนุมัติ
ขั้นตอนการกำหนด Function
02
เลือกฟังก์ชันที่ต้องการอนุญาตให้ใช้งาน จากนั้นคลิก บันทึก
i
ตัวอย่าง : หากกำหนดให้กลุ่ม User สามารถเข้าใช้งานระบบเอกสารรับได้ แต่ไม่ได้เปิดสิทธิ์สำหรับการลบ แก้ไข พิมพ์ซ้ำ ยกเลิก และอนุมัติ ผู้ใช้งานในกลุ่มดังกล่าวจะสามารถเปิดดูหรือใช้งานเฉพาะฟังก์ชันที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ใช้สำหรับกำหนดสิทธิ์ในระดับระบบ เมื่อเปิดใช้งาน สมาชิกที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว จะสามารถเข้าใช้งานทุก Function ภายในระบบที่ได้รับอนุญาต เช่น ตั้งค่า คลังสินค้า ระบบเอกสารรับ และระบบเอกสารจ่าย
ใช้สำหรับกำหนดคอลัมน์ที่ผู้ใช้งานสามารถกรอกข้อมูลได้ หากไม่ต้องการให้ใช้งานคอลัมน์ใด สามารถยกเลิกการเลือกเพื่อให้ระบบล็อกคอลัมน์นั้น โดยสามารถกำหนดได้ในระบบเอกสารรับและระบบเอกสารจ่าย ผ่าน FUNCTION > A
เปิดใช้งาน
ผู้ใช้งานสามารถกรอกหรือแก้ไขข้อมูลในคอลัมน์นั้นได้
ปิดใช้งาน
ระบบจะล็อกคอลัมน์และไม่อนุญาตให้กรอกข้อมูล
คำแนะนำ : ควรกำหนดสิทธิ์ให้เหมาะสมกับหน้าที่ของพนักงานแต่ละกลุ่ม เพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลและลดความเสี่ยงจากการแก้ไขหรือลบข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
⚙
เมนู ตั้งค่า
กำหนดค่าพื้นฐานและข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน SeniorSoft Anywhere
เมนูตั้งค่าใช้สำหรับกำหนดค่าพื้นฐานที่มีผลต่อการทำงานของระบบ เช่น การเชื่อมต่อกับ SeniorSoft ProMaxx การกำหนดค่าการใช้งาน การตั้งค่ารูปแบบเอกสาร และการเข้าถึงคู่มือการใช้งาน
การเชื่อมต่อ การใช้งาน รูปฟอร์ม AI / OCR คู่มือการใช้งาน
ใช้สำหรับกำหนดข้อมูลการเชื่อมต่อระหว่าง SeniorSoft Anywhere และ SeniorSoft ProMaxx โดยข้อมูลที่กำหนดต้องตรงกับระบบที่ใช้งานจริง เพื่อให้สามารถรับส่งข้อมูลระหว่างระบบได้อย่างถูกต้อง
Merchant ID
รหัสร้านค้าที่ใช้สำหรับเชื่อมต่อกับระบบ
Secret Code
รหัสสำหรับเชื่อมต่อกับ ProMaxx ApiService
รหัสสาขา
รหัสสาขาที่กำหนดไว้ในระบบ SeniorSoft ProMaxx
ตั้งค่าแชท AI และ OCR
ใช้สำหรับกำหนดผู้ให้บริการ AI และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการใช้งานฟังก์ชัน AI / OCR ภายในระบบ เช่น การประมวลผลข้อมูลจากภาพเอกสารเพื่อนำเข้าสู่เอกสารรับ
ผู้ให้บริการ AI
เลือกผู้ให้บริการ AI ที่ระบบรองรับ
API Key
รหัสสำหรับเชื่อมต่อบริการ AI ของผู้ให้บริการที่เลือก
Model
เลือกโมเดล AI ที่ต้องการให้ระบบเรียกใช้งาน
!
API Key เป็นข้อมูลสำคัญ ควรเก็บรักษาไว้เป็นความลับและไม่ควรเปิดเผยในคู่มือ ภาพตัวอย่าง หรือช่องทางสาธารณะ
ตัวอย่างหน้าจอการตั้งค่าการเชื่อมต่อและ AI
ใช้สำหรับกำหนดค่าการใช้งานของระบบ โดยสามารถเลือกคลังสินค้าและกำหนดเครื่อง POS ที่ต้องการใช้งาน ซึ่งข้อมูลจะดึงมาจาก SeniorSoft ProMaxx
POS ID
รหัสประจำจุดขาย ใช้สำหรับระบุและแยกเครื่อง POS แต่ละเครื่อง รวมถึงใช้เชื่อมโยงข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นจากจุดขาย
Terminal No.
หมายเลขที่ใช้ระบุเครื่องหรือจุดขายแต่ละเครื่อง เหมาะสำหรับกรณีที่ร้านค้ามีเครื่อง POS หลายเครื่อง
ใช้สำหรับกำหนดโลโก้ร้านค้าที่ต้องการให้แสดงบนแบบฟอร์มเอกสาร
ขั้นตอนการตั้งค่า
01
เข้าสู่เมนู ตั้งค่ารูปฟอร์ม
02
คลิก “+ เลือกโลโก้ร้านค้า”
03
เลือกไฟล์โลโก้ที่ต้องการ โดยขนาดแนะนำ 360 × 120 px
04
ตรวจสอบตัวอย่างโลโก้ที่แสดงบนเอกสาร
05
ตรวจสอบตัวอย่างฟอร์มบริเวณด้านล่างหน้าจอ
06
คลิก “บันทึก” เพื่อยืนยันการตั้งค่า
ใช้สำหรับเปิดดูคู่มือและข้อมูลแนะนำการใช้งาน SeniorSoft Anywhere
i
ควรตรวจสอบข้อมูลการเชื่อมต่อและค่าที่เกี่ยวข้องกับสาขา คลังสินค้า และ POS ให้ถูกต้องก่อนเริ่มใช้งานจริง เนื่องจากค่าดังกล่าวมีผลต่อการรับส่งข้อมูลระหว่าง SeniorSoft Anywhere และ SeniorSoft ProMaxx
◫
เมนู กลุ่มสินค้า
จัดหมวดหมู่สินค้าให้เป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาและบริหารจัดการ
เมนู กลุ่มสินค้า ใช้สำหรับจัดหมวดหมู่สินค้าให้เป็นระเบียบ เพื่อช่วยให้การค้นหาและบริหารจัดการสินค้าในระบบทำได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยสามารถสร้างกลุ่มสินค้า แก้ไข ลบ และจัดกลุ่มย่อยของสินค้าได้หลายระดับ
เพิ่มกลุ่มสินค้า กลุ่มย่อย แก้ไข ลบ
ตัวอย่างหน้าจอเมนู กลุ่มสินค้า
ระดับของกลุ่มสินค้า
ระบบรองรับกลุ่มย่อยสินค้าได้สูงสุด 5 ระดับ โดยใช้สีช่วยแยกแต่ละระดับเพื่อให้ง่ายต่อการสังเกต
ระดับ 1
กลุ่มหลัก - สีฟ้า
ระดับ 2
กลุ่มย่อยขั้นที่ 1 - สีเขียว
ระดับ 3
กลุ่มย่อยขั้นที่ 2 - สีส้ม
ระดับ 4
กลุ่มย่อยขั้นที่ 3 - สีแดง
ระดับ 5
กลุ่มย่อยขั้นที่ 4 - สีม่วง
01
คลิก + สร้างกลุ่มใหม่
คลิก “+ สร้างกลุ่มใหม่” ที่มุมบนขวา หรือคลิกไอคอนเพิ่มที่กลุ่มสินค้าที่ต้องการ หากต้องการสร้างเป็นกลุ่มย่อย
02
ระบุชื่อกลุ่มสินค้า
กรอกชื่อกลุ่มสินค้าที่ต้องการ จากนั้นคลิก “บันทึก”
03
ยืนยันการสร้างกลุ่มสินค้า
คลิก “ตกลง” เพื่อยืนยัน
04
บันทึกข้อมูลสำเร็จ
เมื่อบันทึกเรียบร้อย ระบบจะแสดงกลุ่มสินค้าใหม่ในรายการ
01
เลือกกลุ่มสินค้าที่ต้องการแก้ไข
คลิกไอคอนแก้ไขของกลุ่มสินค้าที่ต้องการ จากนั้นแก้ไขชื่อกลุ่มและคลิก “บันทึก”
02
บันทึกการแก้ไข
เมื่อบันทึกเรียบร้อย ระบบจะแสดงข้อมูลกลุ่มสินค้าตามที่แก้ไข
01
เลือกกลุ่มสินค้าที่ต้องการลบ
คลิกไอคอนลบของกลุ่มสินค้าที่ต้องการ จากนั้นคลิก “ลบ”
02
ยืนยันการลบ
คลิก “ตกลง” เพื่อยืนยันการลบกลุ่มสินค้า
i
การจัดกลุ่มสินค้าให้เหมาะสมจะช่วยให้ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้น และช่วยให้การบริหารข้อมูลสินค้าในระบบเป็นระเบียบมากขึ้น
▣
เมนู สินค้า
จัดการข้อมูลสินค้า หน่วยสินค้า ราคา และบาร์โค้ดที่ใช้ภายในระบบ
เมนู สินค้า ใช้สำหรับจัดการข้อมูลสินค้าที่ใช้งานภายในระบบ ตั้งแต่การสร้างสินค้าใหม่ แก้ไขข้อมูล และลบสินค้า รวมถึงการกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รหัสสินค้า ชื่อสินค้า กลุ่มสินค้า หน่วยสินค้า ราคา ระดับราคา และบาร์โค้ด
เพิ่มสินค้า หน่วยสินค้า ระดับราคา Barcode แก้ไข / ลบ
ตัวอย่างหน้าจอเมนู สินค้า
ข้อมูลพื้นฐานที่ใช้กำหนดสินค้า
• รหัสสินค้า
• ชื่อสินค้า
• กลุ่มสินค้า
• หน่วยสินค้า
• ราคา
• ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็น
01
คลิก เพิ่มสินค้า
คลิก “เพิ่มสินค้า” จากนั้นกรอกรายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วน และคลิก “บันทึก”
หน่วยย่อยสินค้า คือหน่วยที่ใช้กำหนดรูปแบบการขายหรือปริมาณของสินค้าเพิ่มเติมจากหน่วยหลัก เช่น ชิ้น กล่อง แพค โหล หรือลัง
คลิก “เพิ่มหน่วยย่อย” > กรอกข้อมูลที่ต้องการ > คลิก “บันทึก”
จำนวน
จำนวนสินค้าที่ใช้ในการเทียบกับหน่วยหลัก
หน่วยเทียบ
หน่วยที่ใช้เป็นฐานสำหรับการเทียบหรือแปลงค่า
หน่วยย่อย
หน่วยที่ต้องการเพิ่ม เช่น แพค โหล หรือลัง
ราคาต่อหน่วย
ราคาขายของสินค้าในหน่วยย่อยที่กำหนด
ราคาต่ำสุด
ราคาขั้นต่ำที่อนุญาตให้ขายสินค้าในหน่วยนั้น
ราคาสูงสุด
ราคาสูงสุดที่อนุญาตให้ขายสินค้าในหน่วยนั้น
คะแนน
คะแนนสะสมที่กำหนดให้ได้รับจากการขายหน่วยย่อยนั้น
ปุ่มการทำงาน
+ เพิ่มแถวใหม่ เพิ่มหน่วยย่อยรายการใหม่
ไอคอนถังขยะ ลบรายการหน่วยย่อย
บันทึก บันทึกข้อมูลที่ตั้งค่า
ยกเลิก ยกเลิกและปิดหน้าจอ
ใช้สำหรับกำหนดราคาขายของสินค้าหลายระดับ เพื่อรองรับลูกค้าหรือเงื่อนไขการขายที่ใช้ราคาต่างกัน
คลิก “เพิ่มระดับราคา” > เลือก หน่วยสินค้า > ระบุ ระดับราคา > ระบุ ราคาสินค้า > กำหนดส่วนลดต่อชิ้น / ส่วนลดต่อรายการ > คลิก “บันทึก”
หากต้องการเพิ่มราคาขายหลายระดับ สามารถคลิก “เพิ่มแถวใหม่” เพื่อเพิ่มรายการได้
ใช้สำหรับกำหนด Barcode ให้กับสินค้าในแต่ละหน่วย เพื่อใช้สำหรับค้นหา หรือสแกนสินค้าในขั้นตอนการขายและการทำเอกสาร
เลือก หน่วย > กรอก Barcode > ระบุ สูตรราคา > คลิก “บันทึก”
หากต้องการกำหนด Barcode เพิ่ม สามารถคลิก “เพิ่มแถวใหม่”
01
เลือกสินค้าที่ต้องการแก้ไข
คลิกไอคอนแก้ไขที่รายการสินค้าที่ต้องการ จากนั้นแก้ไขข้อมูล และคลิก “บันทึก”
01
เลือกสินค้าที่ต้องการลบ
คลิกไอคอนถังขยะที่รายการสินค้าที่ต้องการลบ จากนั้นคลิก “ใช่” เพื่อยืนยันการลบสินค้า
i
ควรกำหนดข้อมูลสินค้า หน่วยสินค้า ราคา และ Barcode ให้ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้สามารถนำสินค้าไปใช้งานต่อในระบบขาย ระบบสต๊อก และรายงานต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง
▤
เมนู ปริมาณสูงสุด-ต่ำสุด
กำหนดระดับสินค้าคงเหลือเพื่อช่วยวางแผนและควบคุมสต๊อกสินค้า
เมนู ปริมาณสูงสุด-ต่ำสุด ใช้สำหรับกำหนดปริมาณสินค้าคงเหลือขั้นต่ำและสูงสุด ของสินค้าแต่ละรายการ เพื่อช่วยควบคุมปริมาณสินค้าในคลังและใช้ประกอบการวางแผนสั่งซื้อสินค้า ให้เหมาะสมกับปริมาณคงเหลือ
ควบคุมสต๊อก ปริมาณต่ำสุด ปริมาณสูงสุด วางแผนสั่งซื้อ
ใช้กำหนดจำนวนสินค้าคงเหลือสูงสุดที่ต้องการมีไว้ในคลัง เพื่อช่วยควบคุมไม่ให้มีสินค้าคงเหลือมากเกินความจำเป็น
ใช้กำหนดจำนวนสินค้าคงเหลือขั้นต่ำที่ควรมีในคลัง เมื่อจำนวนสินค้าคงเหลือเท่ากับหรือน้อยกว่าค่าที่กำหนด สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตรวจสอบรายการที่ควรสั่งซื้อได้
การกำหนดปริมาณสูงสุด-ต่ำสุด
01
เลือกสาขา
เลือกสาขาที่ต้องการกำหนดปริมาณสินค้าคงเหลือ
02
เลือกคลังสินค้า
เลือกคลังสินค้าที่ต้องการกำหนดค่า
03
กำหนดปริมาณต่ำสุดและสูงสุด
ระบุจำนวนปริมาณต่ำสุดและปริมาณสูงสุดของสินค้าแต่ละรายการตามที่ต้องการ
04
บันทึกข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง จากนั้นคลิก “บันทึก”
ตัวอย่างหน้าจอการกำหนดปริมาณสูงสุด-ต่ำสุดของสินค้า
i
ตัวอย่าง : หากกำหนดปริมาณต่ำสุดไว้ที่ 10 ชิ้น เมื่อสินค้าคงเหลือมีจำนวนเท่ากับหรือน้อยกว่า 10 ชิ้น ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้ประกอบการตรวจสอบสินค้าที่ควรสั่งซื้อเพิ่มเติมได้
%
เมนู โปรโมชั่น
กำหนดเงื่อนไข ส่วนลด และสิทธิประโยชน์สำหรับการขายสินค้า
เมนู โปรโมชั่น ใช้สำหรับสร้างและกำหนดเงื่อนไขโปรโมชั่นให้กับสินค้า เช่น การให้ส่วนลดเมื่อซื้อครบตามมูลค่า ซื้อครบตามจำนวน การกำหนดสินค้าที่เข้าร่วมโปรโมชั่น รวมถึงการกำหนดของแถมและสินค้าแลกซื้อ
ส่วนลด เงื่อนไขสินค้า ของแถม สินค้าแลกซื้อ Golden Time
ตัวอย่างหน้าจอเมนู โปรโมชั่น
ระบบรองรับการกำหนดโปรโมชั่นหลายรูปแบบ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับเงื่อนไขการขายที่ต้องการ
01
ซื้อสินค้า ครบมูลค่า
เมื่อซื้อสินค้าครบตามมูลค่าที่กำหนด จะได้รับส่วนลด เช่น ซื้อสินค้าน้ำยาทำความสะอาดครบ 1,000 บาท ได้รับส่วนลด 200 บาท
02
ซื้อสินค้า ครบมูลค่า ตามช่วง
กำหนดส่วนลดแยกตามช่วงมูลค่าการซื้อ เช่น ครบ 10,000 บาท ได้ส่วนลด 500 บาท และครบ 20,000 บาท ได้ส่วนลด 1,000 บาท
03
ซื้อสินค้า ครบมูลค่า แต่ละรายการ
ต้องซื้อสินค้าแต่ละรายการให้ครบตามมูลค่าที่กำหนดจึงจะได้รับโปรโมชั่น
04
ซื้อสินค้า หลายชิ้น ครบตามจำนวนรวม
เมื่อซื้อสินค้าครบตามจำนวนรวมที่กำหนด จะได้รับส่วนลดตามเงื่อนไขของโปรโมชั่น
05
ซื้อสินค้า หลายชิ้น ครบตามจำนวนรวม ตามช่วง
กำหนดส่วนลดตามช่วงจำนวนสินค้าที่ซื้อ เช่น ซื้อครบ 3 ชิ้น หรือ 6 ชิ้น จะได้รับส่วนลดแตกต่างกันตามช่วงที่กำหนด
06
ซื้อสินค้า ครบจำนวน แต่ละรายการ
กำหนดจำนวนที่ต้องซื้อของสินค้าแต่ละรายการ เมื่อครบตามเงื่อนไขจึงได้รับส่วนลด
รหัสโปรโมชั่น
รหัสสำหรับใช้ระบุโปรโมชั่น
ชื่อโปรโมชั่น
ชื่อโปรโมชั่นที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแยกแยะรายการได้ง่าย
สถานะ
กำหนดเป็น ใช้งาน หรือ ไม่ใช้งาน
วันที่เริ่มต้น / สิ้นสุด
กำหนดช่วงเวลาที่โปรโมชั่นมีผล
จำนวนนับเข้าโปรโมชั่น — ใช้กำหนดจำนวนเริ่มต้นสำหรับการเข้าโปรโมชั่น
เงื่อนไขของสินค้า — กำหนดสินค้าที่เข้าร่วมโปรโมชั่น เช่น ทั้งร้าน หรือเลือกเฉพาะสินค้า
สินค้าที่ได้ส่วนลด — กำหนดว่าจะให้ส่วนลดทุกชิ้น หรือเฉพาะชิ้นที่มีมูลค่าน้อยที่สุด
รูปแบบสิทธิที่ได้ — กำหนดรูปแบบการคำนวณสิทธิของโปรโมชั่น
ข้อความท้ายบิล — ข้อความที่ต้องการแสดงท้ายเอกสาร
หมายเหตุ — ใช้สำหรับบันทึกรายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชั่น
ใช้สำหรับกำหนดรายการสินค้าที่ต้องการนำมาใช้เป็นเงื่อนไขของโปรโมชั่น
การเข้าร่วมของสินค้า
สามารถกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมโปรโมชั่นได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
1. ครบรายการสินค้าที่นำมาจัดโปรโมชั่น — ต้องซื้อสินค้าครบทุกรายการที่กำหนด
2. มีสินค้าตัวใดตัวหนึ่งก็สามารถเข้าโปรโมชั่นได้ — ซื้อสินค้ารายการใดรายการหนึ่งก็สามารถได้รับโปรโมชั่น
3. สินค้าแต่ละตัวเข้าร่วมโปรโมชั่นได้เมื่อครบตามเงื่อนไข — สินค้าต้องมีจำนวนหรือมูลค่าครบตามที่กำหนด
การคำนวณส่วนลด
คำนวณมูลค่าสูงสุด
เลือกช่วงโปรโมชั่นที่ตรงกับจำนวนหรือมูลค่าสูงสุดเพียงช่วงเดียว
คำนวณมูลค่าตามช่วง
คำนวณโปรโมชั่นตามช่วงที่จำนวนสินค้าหรือมูลค่าปัจจุบันอยู่
คำนวณมูลค่ากระจายตามช่วง
กระจายจำนวนสินค้าเพื่อเข้าโปรโมชั่นได้หลายรอบตามช่วงที่กำหนด
i
ตัวอย่างการคำนวณตามช่วงและการกระจายตามช่วง จะขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแต่ละโปรโมชั่น
รูปแบบส่วนลด
1. ส่วนลดต่อชิ้น (B, %) — กำหนดส่วนลดต่อสินค้า 1 ชิ้น
2. ลดให้เหลือราคาชิ้นละ (B) — กำหนดราคาขายต่อชิ้นหลังได้รับโปรโมชั่น
3. ลดให้เหลือราคารวม (B) — กำหนดราคารวมที่ต้องการหลังได้รับโปรโมชั่น
4. ลดให้เหลือราคาเท่ากับระดับราคาขาย — ใช้ระดับราคาขายที่กำหนดไว้กับสินค้าเป็นผลลัพธ์ของโปรโมชั่น
ใช้สำหรับกำหนดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมของโปรโมชั่น เช่น สินค้าแถม สินค้าแลกซื้อ คูปอง และคูปองส่วนลด
1. สินค้าแถม
ใช้สำหรับกำหนดสินค้าที่ลูกค้าจะได้รับเป็นของแถมตามเงื่อนไขโปรโมชั่น
ณ จุดขาย
รับสินค้าแถมขณะทำรายการขายในเอกสารจ่าย / POS
ณ จุดรับของแถม
ลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว และไปรับของแถมที่จุดบริการภายหลัง
เลือกกลุ่มสินค้าแถม
เลือกกลุ่มสินค้าที่ต้องการ จากนั้นคลิก “ยืนยันการเลือก”
เลือกรายการสินค้า
กำหนดชื่อรายการสินค้า > เลือกสินค้า > เลือกหน่วยสินค้า > คลิก “ยืนยันการเลือก”
2. สินค้าแลกซื้อ
ใช้สำหรับกำหนดสินค้าที่ลูกค้าสามารถซื้อเพิ่มได้ตามสิทธิของโปรโมชั่น
ณ จุดขาย
แลกซื้อสินค้าในระหว่างทำรายการขายที่เอกสารจ่าย / POS
ณ จุดแลกซื้อสินค้า
ชำระเงินเรียบร้อยแล้วจึงนำสิทธิไปใช้ที่จุดบริการแลกซื้อสินค้า
เงื่อนไขผู้เข้าร่วมโปรโมชั่น
06
บุคคลเข้าร่วม
ใช้กำหนดกลุ่มบุคคลที่สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่นได้
07
ประเภทสมาชิก
กำหนดประเภทสมาชิกที่สามารถได้รับโปรโมชั่น
08
ประเภทบุคคล
กำหนดประเภทบุคคลที่มีสิทธิ์เข้าโปรโมชั่น
09
ประเภทเอกสาร
กำหนดประเภทเอกสารที่สามารถใช้โปรโมชั่นได้
10
กำหนดสาขา
กำหนดว่าสาขาใดสามารถใช้โปรโมชั่นนี้ได้
11
Golden Time
ใช้กำหนดวันและช่วงเวลาที่โปรโมชั่นสามารถใช้งานได้
!
คำแนะนำ : ก่อนเปิดใช้งานโปรโมชั่น ควรตรวจสอบรูปแบบโปรโมชั่น รายการสินค้า ช่วงวันที่ เงื่อนไขส่วนลด สาขา และกลุ่มลูกค้าที่เข้าร่วมให้ครบถ้วน เพื่อให้ระบบคำนวณโปรโมชั่นตรงตามเงื่อนไขที่ต้องการ
฿
เมนู ปรับราคาขาย
สร้างเอกสารสำหรับปรับราคาขายสินค้า พร้อมกำหนดวันที่ สาขา และเงื่อนไขการปรับราคา
เมนู ปรับราคาขาย ใช้สำหรับสร้างและจัดการเอกสารปรับราคาขายของสินค้า โดยสามารถกำหนดวันที่ต้องการให้ราคาขายใหม่มีผล เลือกสาขาที่ต้องการปรับราคา ระบุรายการสินค้า สูตรการปรับราคา ระดับราคา และส่วนลด รวมถึงสามารถนำเข้ารายการสินค้าจากไฟล์ .txt เพื่อช่วยลดขั้นตอนการเพิ่มรายการสินค้าทีละรายการ
สร้างเอกสาร ปรับราคาขาย สูตรการปรับราคา Import .txt
1. หน้ารายการเอกสารปรับราคาขาย
เมื่อเข้าสู่เมนู ปรับราคาขาย ระบบจะแสดงรายการเอกสารปรับราคาที่มีอยู่ ผู้ใช้งานสามารถค้นหาเอกสาร กรองข้อมูล ตรวจสอบสถานะ หรือสร้างเอกสารปรับราคาขายใหม่ได้จากหน้าจอนี้
ค้นหาเอกสาร
ใช้สำหรับค้นหาเอกสารจากเลขที่เอกสารปรับราคา
ตัวกรอง
ใช้สำหรับกรองรายการเอกสารตามเงื่อนไขที่ต้องการ
+ สร้างเอกสาร
ใช้สำหรับสร้างเอกสารปรับราคาขายใหม่
ตัวอย่างหน้าจอรายการเอกสารปรับราคาขาย
2. การสร้างเอกสารปรับราคาขาย
01
คลิก + สร้างเอกสาร
จากหน้ารายการเอกสาร คลิก “+ สร้างเอกสาร” ระบบจะแสดงหน้าจอเอกสารปรับราคาขาย
02
ระบุข้อมูลเอกสาร
กำหนดข้อมูลที่จำเป็นของเอกสาร เช่น วันที่ต้องการปรับ สาขา ราคาที่ใช้ปรับ เศษส่วน และหมายเหตุ ก่อนเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องการปรับราคา
วันที่เอกสาร
วันที่สร้างเอกสารปรับราคาขาย
วันที่ต้องการปรับ
วันที่ต้องการให้ราคาขายใหม่มีผล
วันที่ปรับจริง
วันที่ระบบดำเนินการปรับราคาขายจริง
ทุกสาขา / สาขา
กำหนดสาขาที่ต้องการให้เอกสารปรับราคามีผล
สถานะเอกสาร
แสดงสถานะปัจจุบันของเอกสารปรับราคาขาย
ราคาที่ใช้ปรับ
กำหนดรูปแบบราคาที่ต้องการใช้ในการปรับราคาขาย
เศษส่วน
กำหนดรูปแบบการจัดการเศษของราคาที่คำนวณได้
หมายเหตุ
ใช้สำหรับระบุรายละเอียดเพิ่มเติมของเอกสาร
สูตรการปรับราคาขาย
ระบุสูตรที่ใช้สำหรับคำนวณราคาขายใหม่
ตัวอย่าหน้าจอสร้างเอกสารและกำหนดรายละเอียดสินค้า
3. การเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องการปรับราคา
ในส่วน รายละเอียดสินค้า ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มรายการสินค้าที่ต้องการปรับราคา และกำหนดรายละเอียดการปรับราคาของสินค้าแต่ละรายการได้
รหัสสินค้า — รหัสของสินค้าที่ต้องการปรับราคา
ชื่อสินค้า — แสดงชื่อของสินค้า
หน่วย — หน่วยสินค้าที่ต้องการปรับราคา
ประเภทการปรับราคา — เลือกประเภทของราคาที่ต้องการปรับ
สูตรการปรับราคา — ระบุสูตรสำหรับคำนวณราคาขายใหม่
ระดับราคา — กำหนดระดับราคาที่ต้องการปรับ
ส่วนลดต่อชิ้น — กำหนดส่วนลดต่อสินค้าแต่ละชิ้น
ค้นหา
ค้นหาและเลือกสินค้าที่ต้องการ
นำเข้าข้อมูล
นำเข้ารายการปรับราคาจากไฟล์
4. การนำเข้าข้อมูลปรับราคาจากไฟล์
กรณีมีสินค้าที่ต้องการปรับราคาจำนวนมาก ผู้ใช้งานสามารถเตรียมข้อมูลเป็นไฟล์ .txt แล้วนำเข้าระบบ เพื่อลดขั้นตอนการเพิ่มรายการสินค้า และสูตรการปรับราคาทีละรายการ
ตัวอย่างหน้าจอสำหรับนำเข้ารายการปรับราคา
รูปแบบข้อมูลในไฟล์ .txt
คอลัมน์ 1 : รหัสสินค้า (จำเป็น)
คอลัมน์ 2 : สูตรการปรับราคา (จำเป็น)
คอลัมน์ 3 : หน่วย
คอลัมน์ 4 : ระดับราคา
คอลัมน์ 5 : ประเภทการปรับราคา
คอลัมน์ 6 : ส่วนลดต่อชิ้น
คอลัมน์ 7 : ส่วนลดต่อรายการ
คอลัมน์ 8 : ปรับราคาทุกสาขา
!
ข้อกำหนดของไฟล์ : ข้อมูลในไฟล์ .txt ต้องแยกแต่ละคอลัมน์ด้วย Tab และเรียงลำดับคอลัมน์ตามรูปแบบที่ระบบกำหนด โดย รหัสสินค้า และ สูตรการปรับราคา เป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องระบุ
รูปแบบสูตรการปรับราคา
สูตรการปรับราคาสามารถกำหนดได้ทั้งการเพิ่มหรือลดราคาเป็นเปอร์เซ็นต์ การเพิ่มหรือลดราคาเป็นจำนวนเงิน หรือการกำหนดราคาขายใหม่โดยตรง โดยให้กรอกสูตรตามรูปแบบที่ระบบแสดงในหน้าต่างนำเข้าข้อมูล
ขั้นตอนการนำเข้าไฟล์
01
เตรียมไฟล์ข้อมูลนามสกุล .txt ตามรูปแบบคอลัมน์ที่ระบบกำหนด
02
ลากไฟล์มาวางในพื้นที่นำเข้า หรือคลิก “เลือกไฟล์” เพื่อเลือกไฟล์จากเครื่อง
03
คลิก “ตรวจสอบรหัสสินค้าทั้งหมด” เพื่อให้ระบบตรวจสอบข้อมูลสินค้าที่อยู่ในไฟล์
04
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิก “ยืนยันการนำเข้า” เพื่อนำรายการเข้าสู่เอกสารปรับราคาขาย
5. การบันทึกและจัดการเอกสาร
หลังจากกำหนดข้อมูลเอกสารและรายละเอียดสินค้าเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้คำสั่งบริเวณด้านบนของเอกสารเพื่อจัดการเอกสารปรับราคาขายได้
บันทึกเอกสาร
บันทึกข้อมูลเอกสารปรับราคาขาย
ลบเอกสาร
ใช้สำหรับลบเอกสารที่ต้องการ
ยกเลิกเอกสาร
ใช้สำหรับยกเลิกเอกสารปรับราคาขาย
อนุมัติเอกสาร
ใช้สำหรับอนุมัติเอกสารปรับราคาขาย
ตัวอย่างพิมพ์
ใช้สำหรับตรวจสอบตัวอย่างเอกสารก่อนพิมพ์
!
คำแนะนำ : ก่อนอนุมัติเอกสาร ควรตรวจสอบวันที่ต้องการปรับ สาขา รายการสินค้า ประเภทการปรับราคา สูตรการปรับราคา และระดับราคาให้ถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อราคาขายของสินค้า
▤
เมนู ผู้จำหน่าย
จัดเก็บและบริหารข้อมูลผู้ขายสินค้า เพื่อใช้สำหรับการสั่งซื้อและรับสินค้า
เมนู ผู้จำหน่าย ใช้สำหรับจัดเก็บและบริหารข้อมูลของบริษัทหรือบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้ขายสินค้าให้กับร้านค้า เช่น ร้านค้าส่ง ผู้ผลิต หรือบริษัทนำเข้า เพื่อใช้ข้อมูลในการสั่งซื้อสินค้าและรับสินค้าเข้าสู่ระบบ
เพิ่มผู้จำหน่าย ข้อมูลทั่วไป ที่อยู่และการติดต่อ แก้ไข / ลบ
ตัวอย่างหน้าจอเมนู ผู้จำหน่าย
01
คลิก + เพิ่มผู้จำหน่าย
จากหน้ารายการผู้จำหน่าย คลิก “+ เพิ่มผู้จำหน่าย” เพื่อสร้างข้อมูลผู้จำหน่ายใหม่
02
กรอกข้อมูลผู้จำหน่าย
กรอกข้อมูลทั่วไป ข้อมูลที่อยู่ และข้อมูลการติดต่อของผู้จำหน่ายให้ครบถ้วน
ข้อมูลทั่วไป
ระบุข้อมูลพื้นฐานของผู้จำหน่ายตามที่ระบบกำหนด
ข้อมูลที่อยู่
ระบุรายละเอียดที่อยู่ของผู้จำหน่าย
ข้อมูลการติดต่อ
ระบุข้อมูลสำหรับติดต่อผู้จำหน่าย
03
บันทึกข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกข้อมูลผู้จำหน่าย
ตัวอย่างหน้าจอการเพิ่มข้อมูลผู้จำหน่าย
01
เลือกผู้จำหน่ายที่ต้องการแก้ไข
จากหน้ารายการผู้จำหน่าย คลิกไอคอนแก้ไขของผู้จำหน่ายที่ต้องการ
02
แก้ไขและบันทึกข้อมูล
แก้ไขข้อมูลตามต้องการ จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่างหน้าจอการแก้ไขข้อมูลผู้จำหน่าย
01
เลือกผู้จำหน่ายที่ต้องการลบ
คลิกไอคอนถังขยะที่ชื่อของผู้จำหน่ายที่ต้องการลบ
02
ยืนยันการลบ
คลิก “ใช่” เพื่อยืนยันการลบ จากนั้นคลิก “OK” เมื่อระบบแจ้งว่าลบผู้จำหน่ายสำเร็จ
ตัวอย่างการลบข้อมูลผู้จำหน่าย
!
คำแนะนำ : ก่อนลบข้อมูลผู้จำหน่าย ควรตรวจสอบรายชื่อที่เลือกให้ถูกต้อง เนื่องจากการลบข้อมูลอาจมีผลต่อการนำข้อมูลผู้จำหน่ายไปใช้งานในส่วนอื่นของระบบ
👥
เมนู ลูกค้า
จัดเก็บและบริหารข้อมูลลูกค้า เพื่อใช้ประกอบการขายและการทำเอกสาร
เมนู ลูกค้า ใช้สำหรับสร้างและจัดเก็บรายละเอียดของลูกค้า เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และกลุ่มลูกค้า เพื่อให้สามารถนำข้อมูลลูกค้าไปใช้ในการขายและการทำเอกสารต่าง ๆ ภายในระบบได้
เพิ่มลูกค้า ข้อมูลทั่วไป ประเภทลูกค้า แก้ไข / ลบ
ตัวอย่างหน้าจอเมนู ลูกค้า
01
คลิก เพิ่มลูกค้า
จากหน้ารายการลูกค้า คลิก “เพิ่มลูกค้า” เพื่อสร้างข้อมูลลูกค้าใหม่
02
กรอกข้อมูลลูกค้า
กรอกข้อมูลทั่วไป ข้อมูลที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ เลือกประเภทลูกค้า และระบุรายละเอียดอื่น ๆ ตามต้องการ
ข้อมูลทั่วไป
ใช้สำหรับระบุข้อมูลพื้นฐานของลูกค้า
ข้อมูลที่อยู่
ใช้สำหรับระบุรายละเอียดที่อยู่ของลูกค้า
ข้อมูลติดต่อ
ใช้สำหรับระบุข้อมูลสำหรับติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์
ประเภทลูกค้า
เลือกประเภทลูกค้าจากข้อมูลที่กำหนดไว้ใน SeniorSoft ProMaxx
03
บันทึกข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกข้อมูลลูกค้า
ตัวอย่างหน้าจอการเพิ่มข้อมูลลูกค้า
01
เลือกลูกค้าที่ต้องการแก้ไข
จากหน้ารายการลูกค้า คลิกไอคอนแก้ไขของรายชื่อลูกค้าที่ต้องการแก้ไขข้อมูล
02
แก้ไขและบันทึกข้อมูล
แก้ไขข้อมูลลูกค้าตามต้องการ จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่างหน้าจอการแก้ไขข้อมูลลูกค้า
01
เลือกลูกค้าที่ต้องการลบ
คลิกไอคอนถังขยะที่รายชื่อลูกค้าที่ต้องการลบ จากนั้นคลิก “ใช่” เพื่อยืนยันการลบ
ตัวอย่างหน้าจอยืนยันการลบลูกค้า
02
ลบลูกค้าสำเร็จ
เมื่อระบบดำเนินการลบเรียบร้อยแล้ว คลิก “OK” เพื่อปิดข้อความแจ้งเตือน
ตัวอย่างข้อความแจ้งลบลูกค้าสำเร็จ
!
หมายเหตุ : ลูกค้าที่เคยถูกนำไปใช้ในเอกสาร เช่น ใบขาย หรือใบกำกับภาษี จะไม่สามารถลบออกจากระบบได้ เพื่อคงความถูกต้องของข้อมูลและประวัติการทำธุรกรรม
♙
เมนู พนักงาน
จัดการบัญชีผู้ใช้งานและกำหนดระดับสิทธิ์ในการเข้าใช้งาน SeniorSoft Anywhere
เมนู พนักงาน ใช้สำหรับบริหารจัดการข้อมูลของผู้ใช้งานระบบ โดยสามารถเพิ่ม แก้ไข หรือลบบัญชีผู้ใช้ พร้อมกำหนดกลุ่มพนักงานเพื่อควบคุมระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบ ได้แก่ Administrator, User และ Guest
เพิ่มพนักงาน Username User Group แก้ไข / ลบ
ตัวอย่างหน้าจอเมนู พนักงาน
01
คลิก + เพิ่มพนักงาน
จากหน้ารายการพนักงาน คลิก “+ เพิ่มพนักงาน” เพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่
02
กรอกข้อมูลพนักงาน
กรอกข้อมูลของพนักงานให้ครบถ้วน และเลือกกลุ่มพนักงานให้เหมาะสมกับระดับสิทธิ์ที่ต้องการ
รหัสพนักงาน
ใช้สำหรับระบุรหัสของพนักงานในระบบ
ชื่อ-นามสกุล
ระบุชื่อและนามสกุลของพนักงาน
Username
ชื่อผู้ใช้งานสำหรับเข้าสู่ระบบ SeniorSoft Anywhere
Password
รหัสผ่านสำหรับใช้ร่วมกับ Username ในการเข้าสู่ระบบ
กลุ่มพนักงาน (User Group)
ใช้กำหนดระดับสิทธิ์ของพนักงานในการเข้าใช้งานระบบ
03
บันทึกข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง จากนั้นคลิก “บันทึก” ระบบจะเพิ่มพนักงานใหม่เข้าสู่ฐานข้อมูล
ตัวอย่างหน้าจอการเพิ่มพนักงาน
ในการเพิ่มพนักงาน สามารถเลือก User Group เพื่อกำหนดระดับการเข้าถึงระบบของผู้ใช้งานแต่ละคน
| User Group | สิทธิ์การใช้งาน |
| Administrator |
ผู้ดูแลระบบ มีสิทธิ์เข้าถึงทุกเมนู เช่น การตั้งค่า ข้อมูลหลัก รายงาน การจัดการพนักงาน และเมนูอื่น ๆ ทั้งหมด |
| User |
พนักงานทั่วไป มีสิทธิ์ใช้งานเฉพาะเมนูที่เกี่ยวข้องกับงานประจำวัน เช่น การขายสินค้า สต๊อก และการรับสินค้า |
| Guest |
ผู้เยี่ยมชมระบบ ใช้สำหรับการทดสอบหรือให้สิทธิ์เข้าดูข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการหรือบันทึกข้อมูลได้ |
i
หลังจากเลือก User Group แล้ว สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานเมนูและ Function ให้ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เมนู กำหนดสิทธิ์การใช้งาน
01
เลือกพนักงานที่ต้องการแก้ไข
คลิกไอคอนแก้ไขของรายชื่อพนักงานที่ต้องการแก้ไขข้อมูล
02
แก้ไขและบันทึกข้อมูล
แก้ไขข้อมูลตามต้องการ จากนั้นคลิก “บันทึก” และคลิก “ตกลง”
ตัวอย่างหน้าจอการแก้ไขข้อมูลพนักงาน
01
เลือกพนักงานที่ต้องการลบ
คลิกไอคอนถังขยะของรายชื่อพนักงานที่ต้องการลบ
02
ยืนยันการลบ
คลิก “ใช่” เพื่อยืนยันการลบพนักงาน
ตัวอย่างหน้าจอยืนยันการลบพนักงาน
!
คำแนะนำ : ควรเลือก User Group ให้เหมาะสมกับหน้าที่ของพนักงาน และกำหนดสิทธิ์เฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและการใช้งานระบบอย่างเหมาะสม
▤
เมนู เอกสารรับ และเมนู เอกสารจ่าย
จัดการเอกสารรับสินค้าเข้าคลังและเอกสารขายสินค้าออกจากคลัง
เอกสารรับ
ใช้สำหรับบันทึกการรับสินค้าเข้าคลัง เมื่อมีการจัดซื้อจากผู้จำหน่าย เพื่ออัปเดตสต๊อกสินค้า และใช้เป็นเอกสารอ้างอิงภายในระบบ
เอกสารจ่าย
ใช้สำหรับบันทึกการขายสินค้าออกจากคลัง พร้อมบันทึกรายการสินค้า ลูกค้า และข้อมูลการชำระเงิน
ส่วนประกอบและการใช้งานหน้าจอ
หน้าจอเอกสารรับและเอกสารจ่ายมีรูปแบบการใช้งานหลายส่วนที่เหมือนกัน เช่น การสร้าง บันทึก ลบ ยกเลิก และพิมพ์เอกสาร
เพิ่มเอกสาร
ใช้สำหรับสร้างเอกสารใบใหม่
บันทึกเอกสาร
บันทึกข้อมูลที่กรอกไว้ในเอกสารปัจจุบัน
ลบเอกสาร
ใช้สำหรับลบเอกสารที่ต้องการ
ยกเลิกเอกสาร
เปลี่ยนสถานะเอกสารเป็น “ยกเลิก” โดยไม่ใช่การลบข้อมูล
ตัวอย่างพิมพ์
ใช้สำหรับดูตัวอย่างเอกสารก่อนพิมพ์
ใช้สำหรับรับสินค้าเข้าสู่คลังจากผู้จำหน่าย โดยสามารถระบุข้อมูลเอกสาร ผู้จำหน่าย รายการสินค้า ราคา จำนวน และข้อมูลการชำระเงินได้
สำหรับสินค้าที่มีการใช้งาน Serial สามารถสร้าง Serial ในเอกสารรับได้ โดยดำเนินการดังนี้
1. เลือกรหัสสินค้า
2. ระบุราคาสินค้า
3. ระบุวันหมดอายุ หากมี
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
แสดงเอกสารทุกฉบับที่เชื่อมโยงกับเอกสารหลักที่กำลังเปิดอยู่ เช่น ใบรับสินค้า ใบสั่งซื้อ หรือใบโอนสินค้า
สินค้าตามผู้จำหน่าย
ใช้สำหรับแสดงรายการสินค้าที่เคยมีการสร้างเอกสารรับกับผู้จำหน่ายรายนั้น โดยก่อนใช้งานควรกำหนดปริมาณสูงสุด-ต่ำสุดของสินค้าให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นเลือกผู้จำหน่ายและเปิดเมนูสินค้าตามผู้จำหน่าย
ฟังก์ชัน AI OCR ใช้สำหรับนำข้อมูลจากภาพบิลหรือใบเสร็จของผู้จำหน่าย มาวิเคราะห์และสร้างรายการสินค้าในเอกสารรับโดยอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลทีละรายการ
!
หมายเหตุ : บิลหรือใบเสร็จที่นำมาใช้กับ OCR ต้องมี รหัสสินค้า ระบุอยู่บนเอกสาร และต้องตั้งค่าผู้ให้บริการ AI ในเมนูตั้งค่าก่อนใช้งาน
01
คลิก “เลือกไฟล์” และเลือกภาพบิลหรือใบเสร็จที่ต้องการ
02
คลิก “ประมวลผล OCR” จากนั้นคลิก “ใช่” เพื่อยืนยัน
03
ตรวจสอบผลการแปลงเอกสารและรายการสินค้าที่ระบบอ่านได้ จากนั้นนำข้อมูลเข้าสู่เอกสารรับ และแก้ไขข้อมูลเพิ่มเติมหากจำเป็น
คลิกไอคอนแก้ไขของเอกสารที่ต้องการ จากนั้นแก้ไขข้อมูล และคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
฿
เมนู เอกสารจ่าย
สร้างเอกสารขายสินค้า พร้อมระบุลูกค้า รายการสินค้า และข้อมูลการชำระเงิน
เอกสารจ่ายใช้สำหรับบันทึกการขายสินค้าออกจากคลัง โดยสามารถเลือกประเภทเอกสาร ลูกค้า รายการสินค้า และบันทึกการชำระเงินก่อนบันทึกบิล
ตัวอย่างหน้าจอการสร้างเอกสารจ่าย
ขั้นตอนการสร้างเอกสารจ่าย
01
สร้างเอกสาร
คลิก “+ สร้างเอกสาร” จากนั้นเลือกประเภทเอกสาร ลูกค้า และข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้อง
02
เพิ่มรายการสินค้า
เลือกสินค้าที่ต้องการขาย พร้อมระบุจำนวน หน่วย ราคา และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
03
ตรวจสอบยอดรวม
ตรวจสอบรายการสินค้า จำนวน ราคา ส่วนลด และยอดสุทธิของเอกสาร
04
บันทึกการชำระเงิน
กรอกข้อมูลการชำระเงิน > คลิก “เพิ่มการชำระเงิน” > คลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกบิล
✓
เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อย ระบบจะแสดงผลว่าบันทึกบิลสำเร็จ
คลิกไอคอนแก้ไขของเอกสารจ่ายที่ต้องการ จากนั้นแก้ไขข้อมูลตามต้องการ และคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกการแก้ไข
!
คำแนะนำ : ก่อนบันทึกเอกสารรับหรือเอกสารจ่าย ควรตรวจสอบสาขา ประเภทเอกสาร ผู้จำหน่ายหรือลูกค้า รายการสินค้า จำนวน ราคา และข้อมูลการชำระเงินให้ถูกต้องก่อนบันทึกเอกสาร
↩
เมนู ส่งคืนลดหนี้
ใช้สำหรับส่งสินค้าคืนให้ผู้จำหน่าย และปรับยอดจากเอกสารรับสินค้าเดิม
เมนู ส่งคืนลดหนี้ ใช้เมื่อร้านค้าต้องการส่งสินค้าคืนให้ผู้จำหน่าย (Supplier) หรือปรับยอดจากเอกสารรับสินค้าเดิม เช่น สินค้าชำรุด สินค้าหมดอายุ ได้รับสินค้าผิดรุ่น ซื้อสินค้าเกินความต้องการ หรือผู้จำหน่ายอนุมัติให้คืนสินค้า
คืนสินค้า ผู้จำหน่าย ลดหนี้ เอกสารเชื่อมโยง
ตัวอย่างหน้าจอเมนู ส่งคืนลดหนี้
01
คลิก สร้างเอกสาร
จากหน้ารายการเอกสาร คลิก “สร้างเอกสาร” เพื่อเริ่มสร้างรายการส่งคืนลดหนี้
02
เลือกสาขา
เลือกสาขาที่ต้องการทำรายการส่งคืนสินค้า
03
เลือกประเภทเอกสาร
เลือกประเภทเอกสารส่งคืนลดหนี้ให้ตรงกับลักษณะรายการที่ต้องการดำเนินการ
04
เลือกเอกสารเชื่อมโยง
เลือกเลขที่เอกสารรับสินค้าเดิม เช่น ใบซื้อ หรือใบรับเข้า เพื่อเชื่อมโยงกับเอกสารส่งคืนลดหนี้
i
เอกสารเชื่อมโยง ใช้ระบุว่าเอกสารส่งคืนลดหนี้ฉบับนี้อ้างอิงจากเอกสารรับสินค้าฉบับใด เพื่อให้ข้อมูลการคืนสินค้าเชื่อมโยงกับรายการเดิมอย่างถูกต้อง
05
ระบุรายการสินค้าที่ต้องการส่งคืนลดหนี้
ตรวจสอบและระบุรายการสินค้าที่ต้องการส่งคืนให้ผู้จำหน่าย พร้อมตรวจสอบจำนวน ราคา และรายละเอียดของสินค้าให้ถูกต้อง
06
ทำการชำระเงิน
ระบุข้อมูลการชำระเงินหรือข้อมูลทางการเงินของเอกสารตามรายการส่งคืนลดหนี้
07
บันทึกเอกสาร
ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้อง จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกเอกสารส่งคืนลดหนี้
ตัวอย่างการทำรายการส่งคืนลดหนี้
!
คำแนะนำ : ก่อนบันทึกเอกสาร ควรตรวจสอบประเภทเอกสาร เอกสารรับสินค้าที่นำมาเชื่อมโยง รายการสินค้า จำนวน ราคา และข้อมูลการชำระเงินให้ถูกต้อง เนื่องจากการส่งคืนลดหนี้เป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับเอกสารรับสินค้าเดิม
↓
เมนู รับโอนสินค้าระหว่างคลัง
รับสินค้าจากเอกสารโอนระหว่างคลังเข้าสู่คลังปลายทาง
เมนู รับโอนสินค้าระหว่างคลัง ใช้สำหรับรับสินค้าที่มีการโอนมาจากคลังต้นทางเข้าสู่คลังปลายทาง โดยจะต้องมีการสร้างเอกสาร โอนสินค้าระหว่างคลัง และสร้างเอกสารแจ้งโอนจากฝั่งต้นทางก่อน จากนั้นจึงนำเอกสารดังกล่าวมาเชื่อมโยงในเมนูรับโอนสินค้าระหว่างคลัง เพื่อรับสินค้าเข้าคลัง
รับสินค้าเข้าคลัง คลังต้นทาง คลังปลายทาง เชื่อมโยงเอกสาร
ตัวอย่างหน้าจอเมนู รับโอนสินค้าระหว่างคลัง
ฝั่งต้นทางสร้างเอกสารโอนสินค้าระหว่างคลัง โดยระบุคลังต้นทาง คลังปลายทาง และรายการสินค้าที่ต้องการโอน
หลังจากบันทึกเอกสารโอนแล้ว คลิก “สร้างเอกสารแจ้งโอน” เพื่อส่งรายการมาแสดงในเมนูรับโอนสินค้าระหว่างคลัง
ฝั่งคลังปลายทางนำเอกสารแจ้งโอนมาเชื่อมโยง และบันทึกเอกสารรับโอนเพื่อรับสินค้าเข้าคลัง
ขั้นตอนการรับโอนสินค้าระหว่างคลัง
01
เลือกเอกสารที่ต้องการรับโอน
จากหน้ารายการรับโอนสินค้าระหว่างคลัง คลิกปุ่ม เชื่อมโยงเอกสาร ของรายการที่ต้องการรับโอนสินค้า
i
เชื่อมโยงเอกสาร คือการนำข้อมูลจากใบแจ้งโอนที่สร้างจากคลังต้นทาง มาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการรับสินค้าเข้าคลังปลายทาง
02
บันทึกเอกสาร
ตรวจสอบข้อมูลในเอกสารรับโอน จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อรับสินค้าเข้าสู่คลังปลายทาง
ตัวอย่างการเชื่อมโยงและบันทึกเอกสารรับโอนสินค้าระหว่างคลัง
ลำดับการทำงานโดยสรุป
โอนสินค้าระหว่างคลัง → บันทึก → สร้างเอกสารแจ้งโอน → รับโอนสินค้าระหว่างคลัง → เชื่อมโยงเอกสาร → บันทึก
!
หมายเหตุ : ก่อนทำรายการรับโอน จะต้องมีเอกสารโอนสินค้าระหว่างคลังจากต้นทาง และมีการสร้างเอกสารแจ้งโอนเรียบร้อยแล้ว จึงจะสามารถนำเอกสารมาเชื่อมโยงเพื่อรับสินค้าเข้าคลังปลายทางได้
⇄
เมนู โอนสินค้าระหว่างสาขา
โอนสินค้าจากสาขาต้นทางไปยังสาขาปลายทาง พร้อมสร้างใบแจ้งโอนสำหรับรับสินค้า
เมนู โอนสินค้าระหว่างสาขา ใช้สำหรับย้ายสินค้าจาก สาขาต้นทาง ไปยัง สาขาปลายทาง เพื่อให้ยอดสต๊อกของแต่ละสาขาตรงกับสถานที่จัดเก็บสินค้าจริง หลังจากสร้างและบันทึกเอกสารโอนเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้งานต้องคลิก “ส่ง” เพื่อให้ระบบสร้างใบแจ้งโอนไปยังสาขาปลายทาง สำหรับนำไปดำเนินการที่เมนู รับโอนสินค้าระหว่างสาขา ต่อไป
สาขาต้นทาง สาขาปลายทาง คลังต้นทาง คลังปลายทาง ใบแจ้งโอน
ตัวอย่างหน้าจอเมนู โอนสินค้าระหว่างสาขา
สาขาต้นทาง → สร้างเอกสารโอนสินค้า → บันทึก → ส่ง → ระบบสร้างใบแจ้งโอน → สาขาปลายทางรับโอนสินค้า
ขั้นตอนการโอนสินค้าระหว่างสาขา
01
คลิก สร้างเอกสาร
จากหน้ารายการโอนสินค้าระหว่างสาขา คลิก “สร้างเอกสาร” เพื่อเริ่มทำรายการโอนสินค้า
02
เลือกสาขาต้นทาง
เลือก สาขา ที่ต้องการโอนสินค้าออก
03
เลือกลูกค้า
เลือกข้อมูล ลูกค้า สำหรับเอกสารโอนสินค้าระหว่างสาขา
04
เลือกคลังสินค้าต้นทาง
เลือก คลังสินค้า ที่ต้องการตัดสินค้าออก
05
เลือกสาขาที่รับโอน
เลือก สาขาปลายทาง ที่ต้องการรับสินค้า
06
เลือกคลังที่รับโอน
เลือก คลังปลายทาง ที่ต้องการรับสินค้าเข้า
07
เพิ่มรายละเอียดสินค้า
เพิ่มรายการสินค้าที่ต้องการโอนไปยังสาขาปลายทาง พร้อมตรวจสอบจำนวน หน่วย และรายละเอียดสินค้าให้ถูกต้อง
08
บันทึกเอกสาร
ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด จากนั้นคลิก “บันทึก” เพื่อบันทึกเอกสารโอนสินค้าระหว่างสาขา
09
คลิก ส่ง
หลังจากบันทึกเอกสารแล้ว คลิกปุ่ม “ส่ง” เพื่อให้ระบบส่งใบแจ้งโอนสินค้าไปยังสาขาปลายทาง สำหรับดำเนินการรับโอนสินค้าต่อไป
ตัวอย่างการบันทึกและส่งเอกสารโอนสินค้าระหว่างสาขา
!
สำคัญ : การคลิก “บันทึก” เป็นการบันทึกข้อมูลของเอกสารเท่านั้น หลังจากนั้นต้องคลิก “ส่ง” เพื่อให้ระบบสร้างใบแจ้งโอนไปยังสาขาปลายทาง หากยังไม่ได้กดส่ง สาขาปลายทางจะยังไม่สามารถดำเนินการรับโอนจากรายการดังกล่าวได้
↓
เมนู รับโอนสินค้าระหว่างสาขา
รับสินค้าจากใบแจ้งโอนของสาขาต้นทางเข้าสู่สาขาและคลังปลายทาง
เมนู รับโอนสินค้าระหว่างสาขา ใช้สำหรับรับสินค้าที่มีการโอนมาจาก สาขาต้นทาง เข้าสู่ สาขาปลายทาง โดยฝั่งต้นทางจะต้องสร้างเอกสาร โอนสินค้าระหว่างสาขา บันทึกเอกสาร และคลิก “ส่ง” ก่อน ระบบจึงจะสร้างใบแจ้งโอนมาให้ฝั่งปลายทางดำเนินการรับสินค้า
รับสินค้า ใบแจ้งโอน สาขาปลายทาง คลังปลายทาง เชื่อมโยงเอกสาร
ตัวอย่างหน้าจอเมนู รับโอนสินค้าระหว่างสาขา
สาขาต้นทางสร้างเอกสารโอนสินค้าระหว่างสาขา พร้อมระบุสาขา คลัง และรายการสินค้าที่ต้องการโอน
เมื่อบันทึกเอกสารเรียบร้อยแล้ว คลิก “ส่ง” เพื่อสร้างใบแจ้งโอนไปยังสาขาปลายทาง
สาขาปลายทางเปิดเมนูรับโอนสินค้าระหว่างสาขา และนำใบแจ้งโอนมาเชื่อมโยงเพื่อรับสินค้า
ขั้นตอนการรับโอนสินค้าระหว่างสาขา
01
เลือกเอกสารแจ้งโอน
จากหน้ารายการรับโอนสินค้าระหว่างสาขา เลือกรายการใบแจ้งโอนที่ต้องการรับสินค้า
02
คลิก เชื่อมโยงเอกสาร
คลิก “เชื่อมโยงเอกสาร” เพื่อนำข้อมูลจากใบแจ้งโอนมาใช้ในเอกสารรับโอน
i
การเชื่อมโยงเอกสารจะนำข้อมูลจากเอกสารโอนของสาขาต้นทาง เช่น สาขา คลังสินค้า และรายการสินค้าที่โอน มาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการรับสินค้าเข้าสาขาปลายทาง
03
ตรวจสอบข้อมูลการรับโอน
ตรวจสอบสาขาต้นทาง สาขาปลายทาง คลังสินค้าที่รับเข้า รายการสินค้า และจำนวนสินค้า ให้ตรงกับรายการที่ได้รับจริง
04
บันทึกเอกสาร
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คลิก “บันทึก” เพื่อรับสินค้าเข้าสู่สาขาและคลังปลายทาง
ตัวอย่างการเชื่อมโยงและบันทึกเอกสารรับโอนสินค้าระหว่างสาขา
ลำดับการทำงานโดยสรุป
โอนสินค้าระหว่างสาขา → บันทึก → ส่ง → ใบแจ้งโอน → รับโอนสินค้าระหว่างสาขา → เชื่อมโยงเอกสาร → บันทึก
!
หมายเหตุ : หากสาขาต้นทางบันทึกเอกสารโอนแล้วแต่ยังไม่ได้คลิก “ส่ง” เอกสารจะยังไม่ถูกส่งมาให้สาขาปลายทางดำเนินการรับโอน ดังนั้นควรตรวจสอบสถานะการส่งเอกสารก่อนทำรายการรับสินค้า
%
เมนู เอกสารหัก ณ ที่จ่าย
จัดทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเจ้าหนี้หรือผู้จำหน่าย
เมนู เอกสารหัก ณ ที่จ่าย ใช้สำหรับออกหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายให้กับ เจ้าหนี้ / ผู้จำหน่าย หลังจากมีการจ่ายค่าบริการหรือค่าสินค้าที่ต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
เจ้าหนี้ ประเภทเงินได้ อัตราภาษี หนังสือรับรอง ตัวอย่างพิมพ์
ตัวอย่างหน้าจอเมนู เอกสารหัก ณ ที่จ่าย
ขั้นตอนการสร้างเอกสารหัก ณ ที่จ่าย
01
คลิก สร้างเอกสาร
จากหน้ารายการเอกสาร คลิก “สร้างเอกสาร” เพื่อเริ่มสร้างหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
02
ระบุวันที่ออกเอกสาร
เลือกวันที่ที่ต้องการออกเอกสารหัก ณ ที่จ่าย
03
ระบุลำดับที่
ระบุลำดับรายการของเอกสารหัก ณ ที่จ่าย เพื่อใช้สำหรับอ้างอิงและค้นหาข้อมูลย้อนหลัง โดยลำดับที่ไม่มีผลต่อการคำนวณภาษี
04
เลือกใบแบบ
เลือกรูปแบบเอกสารที่ต้องการใช้สำหรับหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
05
ระบุเลขที่เอกสารอ้างอิง
ระบุเลขที่เอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับใช้อ้างอิง หากไม่มีสามารถเว้นไว้ได้
06
เลือกเจ้าหนี้
เลือกเจ้าหนี้หรือผู้จำหน่ายที่เป็นผู้รับเงิน และต้องการออกหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย
07
เลือกประเภทเงินได้พึงประเมินที่จ่าย
เลือกประเภทเงินได้ที่เกี่ยวข้องกับรายการจ่าย โดยทำเครื่องหมายเลือกประเภทที่ต้องการ
08
กรอกข้อมูลภาษี
กรอกข้อมูล อัตราภาษี (%), จำนวนเงินที่จ่าย และ ภาษีที่หักและนำส่งไว้
อัตราภาษี (%)
ระบุอัตราภาษีที่ใช้กับรายการเงินได้ที่เลือก
จำนวนเงินที่จ่าย
ระบุจำนวนเงินของรายการที่ต้องการนำมาคำนวณภาษี
ภาษีที่หักและนำส่งไว้
ระบุจำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายของรายการ
09
ระบุข้อมูลเงินจ่ายเข้า
ระบุข้อมูลเงินจ่ายเข้าเพิ่มเติม หากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
10
ระบุประเภทผู้จ่ายเงิน
เลือกประเภทผู้จ่ายเงินให้ตรงกับรายการที่ต้องการออกเอกสาร
11
บันทึกข้อมูล
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง จากนั้นคลิก “ตกลง” เพื่อบันทึกข้อมูลเอกสาร
12
ตรวจสอบตัวอย่างพิมพ์
คลิก “ตัวอย่างพิมพ์” เพื่อตรวจสอบรายละเอียดของหนังสือรับรองในหน้าพรีวิวก่อนนำไปใช้งาน
ตัวอย่างการสร้างและตรวจสอบเอกสารหัก ณ ที่จ่าย
ลำดับการทำงานโดยสรุป
สร้างเอกสาร → ระบุข้อมูลเอกสาร → เลือกเจ้าหนี้ → เลือกประเภทเงินได้ → ระบุอัตราภาษีและยอดเงิน → ตกลง → ตัวอย่างพิมพ์
!
คำแนะนำ : ก่อนบันทึกเอกสาร ควรตรวจสอบเจ้าหนี้ ประเภทเงินได้ อัตราภาษี จำนวนเงินที่จ่าย และยอดภาษีที่หักให้ถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบข้อมูลในหน้าตัวอย่างพิมพ์ก่อนนำเอกสารไปใช้งาน
▥
เมนู รายงาน
ตรวจสอบข้อมูลการขาย สินค้าคงเหลือ ต้นทุน กำไร การชำระเงิน และภาษี
เมนู รายงาน ใช้สำหรับตรวจสอบและติดตามข้อมูลที่เกิดขึ้นภายในระบบ ทั้งด้านยอดขาย สินค้า สต๊อก ต้นทุน รายได้ กำไร การชำระเงิน และภาษี เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลไปใช้ตรวจสอบ วิเคราะห์ และประกอบการบริหารจัดการร้านค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น
ยอดขาย สินค้าคงเหลือ ต้นทุน AVG กำไร การชำระเงิน ภาษี
ตัวอย่างหน้าจอเมนู รายงาน
เมนูรายงานประกอบด้วยรายงานหลักทั้งหมด 8 รายงาน โดยสามารถเลือกใช้งานตามข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบได้
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
02
รายงานสินค้าขายดีประจำวัน
ใช้สำหรับตรวจสอบรายการสินค้าที่มียอดขายสูงในแต่ละวัน
ใช้สำหรับตรวจสอบจำนวนสินค้าคงเหลือภายในระบบ
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลสรุปรายได้ที่เกิดขึ้นภายในระบบ
05
รายงานต้นทุนสินค้าคงเหลือ (AVG)
ใช้สำหรับตรวจสอบต้นทุนเฉลี่ยของสินค้าคงเหลือ
06
รายงานกำไรเบื้องต้นตามสินค้า (AVG)
ใช้สำหรับตรวจสอบกำไรเบื้องต้นของสินค้าโดยอ้างอิงต้นทุนเฉลี่ย
07
รายงานแสดงรายละเอียดการชำระเงิน
ใช้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลการชำระเงินที่บันทึกไว้ในระบบ
08
รายงานแสดงรายละเอียดภาษี
ใช้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลภาษีที่เกิดขึ้นจากเอกสารในระบบ
ใช้สำหรับดูข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลการขายได้สะดวก
ตัวอย่างรายงานยอดขายประจำวัน
02
รายงานสินค้าขายดีประจำวัน
ใช้สำหรับตรวจสอบสินค้าที่มียอดขายสูงในแต่ละวัน เพื่อช่วยให้ทราบว่าสินค้ารายการใดมีการขายดีในช่วงเวลาที่ตรวจสอบ
ตัวอย่างรายงานสินค้าขายดีประจำวัน
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลจำนวนสินค้าคงเหลือ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะสต๊อกสินค้าภายในระบบได้
ตัวอย่างรายงานสินค้าคงเหลือ
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลสรุปรายได้ เพื่อดูภาพรวมของรายได้ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานภายในระบบ
05
รายงานต้นทุนสินค้าคงเหลือ (AVG)
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลต้นทุนของสินค้าคงเหลือ โดยแสดงข้อมูลตามต้นทุนเฉลี่ย AVG
ตัวอย่างรายงานต้นทุนสินค้าคงเหลือ (AVG)
06
รายงานกำไรเบื้องต้นตามสินค้า (AVG)
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลกำไรเบื้องต้นของสินค้าแต่ละรายการ โดยอ้างอิงต้นทุนเฉลี่ย AVG
ตัวอย่างรายงานกำไรเบื้องต้นตามสินค้า (AVG)
07
รายงานแสดงรายละเอียดการชำระเงิน
ใช้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลการชำระเงิน ที่มีการบันทึกจากเอกสารและรายการต่าง ๆ ภายในระบบ
ตัวอย่างรายงานแสดงรายละเอียดการชำระเงิน
08
รายงานแสดงรายละเอียดภาษี
ใช้สำหรับตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลภาษี ที่เกิดขึ้นจากเอกสารและรายการต่าง ๆ ภายในระบบ
ตัวอย่างรายงานแสดงรายละเอียดภาษี
การเลือกใช้รายงาน
หากต้องการตรวจสอบ ยอดขาย ให้เลือก รายงานยอดขายประจำวัน หรือรายงานสินค้าขายดีประจำวัน
หากต้องการตรวจสอบ สต๊อกและต้นทุน ให้เลือก รายงานสินค้าคงเหลือ หรือรายงานต้นทุนสินค้าคงเหลือ (AVG)
หากต้องการตรวจสอบ ผลประกอบการ ให้เลือก รายงานสรุปรายได้ หรือรายงานกำไรเบื้องต้นตามสินค้า (AVG)
หากต้องการตรวจสอบ ข้อมูลทางการเงิน ให้เลือก รายงานแสดงรายละเอียดการชำระเงิน หรือรายงานแสดงรายละเอียดภาษี
i
รายงานแต่ละประเภทใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลคนละด้าน ผู้ใช้งานควรเลือกรายงานให้เหมาะสมกับข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ
!
ข้อจำกัดการใช้งาน
เงื่อนไขและข้อกำหนดที่ควรตรวจสอบก่อนใช้งาน SeniorSoft Anywhere
ก่อนเริ่มใช้งาน SeniorSoft Anywhere ควรตรวจสอบสภาพแวดล้อมของระบบและเวอร์ชันที่รองรับให้เรียบร้อย เพื่อให้การเชื่อมต่อและการรับส่งข้อมูลระหว่าง SeniorSoft Anywhere กับ SeniorSoft ProMaxx สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
01
ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
SeniorSoft Anywhere เป็นระบบที่ใช้งานผ่านเว็บ จึงจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดช่วงเวลาที่ใช้งาน
02
ต้องเปิดใช้งาน ApiService
ต้องเปิดใช้งาน ApiService ตลอดการใช้งาน เพื่อให้ระบบสามารถเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างต่อเนื่อง
03
เวอร์ชัน ApiService ที่รองรับ
รองรับ ApiService ตั้งแต่เวอร์ชัน 10.0.27.842.01 ขึ้นไป
04
เวอร์ชัน SeniorSoft ProMaxx ที่รองรับ
ใช้งานร่วมกับ SeniorSoft ProMaxx ตั้งแต่ Build 10.3.28.0841.2 ขึ้นไป
05
อุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับใช้งาน
เหมาะสำหรับใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์บน PC, Notebook และ Tablet
!
สำคัญ : หาก ApiService หยุดทำงาน หรือเครื่องที่ใช้งานไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ SeniorSoft Anywhere อาจไม่สามารถเชื่อมต่อหรือรับส่งข้อมูลกับระบบ SeniorSoft ProMaxx ได้ตามปกติ
↑