
ก่อนจะไปถึงเรื่องกฎหมาย เราต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมเราถึงต้องเก็บข้อมูลลูกค้า:
สร้างความภักดี (Loyalty) ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
นำเบอร์โทรหรืออีเมล ไปสร้าง Custom Audience เพื่อยิงโฆษณาหาลูกค้าเก่า หรือทำ Lookalike ลดค่าโฆษณาได้มหาศาล
รู้ว่าลูกค้าชอบซื้ออะไร ซื้อวันไหน เพื่อจัดโปรโมชั่นได้แม่นยำ
เพื่อไม่ให้การทำธุรกิจต้องสะดุดเพราะข้อพิพาททางกฎหมาย นี่คือหลักการง่ายๆ 4 ข้อในการเก็บข้อมูลลูกค้า:
คุณไม่สามารถแอบจดเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าที่โทรมาสั่งอาหาร แล้วเอาไปส่ง SMS โปรโมชั่นได้ทันที การเก็บข้อมูลที่ถูกต้อง ลูกค้าต้องเป็นผู้กดยอมรับ หรือเซ็นยินยอมเงื่อนไขการเก็บข้อมูล (Privacy Policy) อย่างชัดเจน ว่ายินดีให้เราเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้ทำอะไร
เก็บเท่าที่ใช้จริงๆ เท่านั้น เช่น หากคุณเปิดร้านกาแฟและทำระบบสะสมแต้ม ข้อมูลที่จำเป็นอาจมีแค่ ชื่อ, เบอร์โทรศัพท์ (หรือ Line ID), และวันเกิด ไม่จำเป็นต้องขอข้อมูลส่วนตัวลึกๆ เช่น เลขบัตรประชาชน หรือที่อยู่ (ยกเว้นออกใบกำกับภาษีเต็มรูป)
บอกลูกค้าไปตรงๆ ว่าเราขอเบอร์โทรไปทำไม เช่น "ขออนุญาตเก็บเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการสะสมแต้ม แลกส่วนลด" และต้อง ไม่นำข้อมูลนี้ไปขาย หรือส่งต่อให้บุคคลที่สามโดยที่ลูกค้าไม่อนุญาต
ลูกค้ามีสิทธิ "ขอดู" "ขอแก้ไข" หรือ "ขอให้ลบ" ข้อมูลของตัวเองออกจากระบบร้านค้าได้ทุกเมื่อ ซึ่งระบบหลังบ้านของร้านต้องพร้อมจัดการให้ลูกค้าได้ทันที หากมีการร้องขอ
การให้พนักงานมานั่งจดข้อมูลลูกค้าลงกระดาษ หรือพิมพ์ลง Excel นอกจากจะเสี่ยงต่อข้อมูลหลุดรั่วแล้ว ยังจัดการเรื่อง PDPA ได้ยากมาก นี่คือเหตุผลที่ ระบบจัดการร้านค้า หรือ เครื่อง POS สมัยใหม่ เข้ามาตอบโจทย์:

การปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด ไม่ได้แปลว่าคุณจะทำการตลาดไม่ได้ ในทางกลับกัน ร้านค้าที่แสดงออกถึงความโปร่งใสและใส่ใจความปลอดภัยของข้อมูล จะยิ่งได้รับ "ความไว้วางใจ" จากลูกค้า
เริ่มต้นเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างมืออาชีพ ปลอดภัย และต่อยอดการขายได้จริงตั้งแต่วันนี้ ด้วยการเลือกใช้ โปรแกรมขายหน้าร้าน (POS) ที่มีมาตรฐานและรองรับการทำ CRM อย่างเต็มรูปแบบครับ!
© Copyright Seniorsoft Development 2016